ข่าว

น้ำท่วมบางสะพานเริ่มลด

น้ำท่วมบางสะพานเริ่มลด

09 พ.ย. 2561

"กรม​ชลประทาน"​ระบุสถานการณ์น้ำท่วม อ.บางสะพาน น้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักระยะนี้

 

 

             9 พฤศจิกายน 2561 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึง​สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.บางสะพาน  

 

 

              วัดปริมาณฝนสะสม  24 ชั่วโมง ที่บ้านช่องลม อ.บางสะพานน้อย วัดได้ 243 มิลลิเมตร​ ที่เทศบาลตำบลบางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย วัดได้ 229.5 มิลลิเมตร​ สถานีบ้านในล๊อก วัดได้ อ.บางสะพาน 195 มิลลิเมตร​ว่า ส่งผลให้บริเวณสถานี Gt.7 ต.ร่อนทอง  อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีระดับน้ำ 3.42 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 4.08 เมตร มีแนวโน้มลดลง และบริเวณสถานี Gt.20 ต.บ้านบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระดับน้ำ 6.66 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 0.66 เมตร แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อไปอีกในระยะนี้


             ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ อ.บางสะพานน้อย ยังคงมีน้ำท่วมขัง แต่บริเวณถนนเพชรเกษมระดับน้ำลดลงแล้ว รถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนในพื้นที่ อ.บางสะพาน ระดับน้ำล้นตลิ่งคลองบางสะพานเข้าท่วมชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำ และท่วมถนนเป็นช่วง ๆ ระดับน้ำสูงประมาณ 0.10 - 0.40 เมตร รถเล็กยังสามารถสัญจรได้ บริเวณโรงพยาบาลบางสะพานและถนนหน้าโรงพยาบาลไม่มีน้ำท่วมขัง ส่วนบริเวณถนนเพชรเกษมช่วง อ.บางสะพาน ไม่มีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง โดยระบายลงคลองบางสะพานและอ่าวไทยได้รวดเร็ว จากโครงการขุดลอกคลองบางสะพานที่กรมชลประทานได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน 


             โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมความพร้อมโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่โรงพยาบาลบางสะพาน จำนวน 1 เครื่อง พร้อมกับเตรียมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 เครื่อง และรถแบ็คโฮ สำหรับให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน นอกจากนี้ สำนักเครื่องจักรกล ยังได้ส่งรถแบ็คโฮ จำนวน 3 คันไปจัดเก็บเศษกิ่งไม้ที่ไหลตามน้ำมาติดบริเวณคอสะพานและขุดลอกตะกอนทรายบริเวณปากอ่าวคลองบางสะพานเมื่อคืนผ่านมา (8 พ.ย. 61) เพื่อให้ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

 

             ทั้งนี้​กรมชลประทาน ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานร่วมกับจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้การสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

กรม​ชลประทาน​ระบุ​ สถานการณ์น้ำท่วม อ.บางสะพาน น้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักระยะนี้


 เมื่อวันที่ 9 พ.ย.นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวถึง​สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.บางสะถาน วัดปริมาณฝนสะสม     24 ชั่วโมง ที่บ้านช่องลม อ.บางสะพานน้อย วัดได้ 243 มิลลิเมตร​ ที่เทศบาลตำบลบางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย วัดได้ 229.5 มิลลิเมตร​ สถานีบ้านในล๊อก วัดได้ อ.บางสะพาน 195 มิลลิเมตร​ว่า ส่งผลให้บริเวณสถานี Gt.7 ต.ร่อนทอง     อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีระดับน้ำ 3.42 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 4.08 เมตร มีแนวโน้มลดลง และบริเวณสถานี Gt.20 ต.บ้านบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระดับน้ำ 6.66 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 0.66 เมตร แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อไปอีกในระยะนี้


ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ อ.บางสะพานน้อย ยังคงมีน้ำท่วมขัง แต่บริเวณถนนเพชรเกษมระดับน้ำลดลงแล้ว รถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนในพื้นที่ อ.บางสะพาน ระดับน้ำล้นตลิ่งคลองบางสะพานเข้าท่วมชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำ และท่วมถนนเป็นช่วงๆ ระดับน้ำสูงประมาณ 0.10 - 0.40 เมตร รถเล็กยังสามารถสัญจรได้ บริเวณโรงพยาบาลบางสะพานและถนนหน้าโรงพยาบาลไม่มีน้ำท่วมขัง ส่วนบริเวณถนนเพชรเกษมช่วง อ.บางสะพาน ไม่มีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง โดยระบายลงคลองบางสะพานและอ่าวไทยได้รวดเร็ว จากโครงการขุดลอกคลองบางสะพานที่กรมชลประทานได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน 


 โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมความพร้อมโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่โรงพยาบาลบางสะพาน จำนวน 1 เครื่อง พร้อมกับเตรียมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 เครื่อง และรถแบ็คโฮ สำหรับให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน นอกจากนี้ สำนักเครื่องจักรกล ยังได้ส่งรถแบ็คโฮ จำนวน 3 คันไปจัดเก็บเศษกิ่งไม้ที่ไหลตามน้ำมาติดบริเวณคอสะพานและขุดลอกตะกอนทรายบริเวณปากอ่าวคลองบางสะพานเมื่อคืนผ่านมา (8 พ.ย. 61) เพื่อให้ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้​กรมชลประทาน ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานร่วมกับจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้การสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง//