ข่าว

การเกษตร4.0! มกอช. จับมือสมาพันธ์ SME  ดันยุทธศาสตร์พระพิรุณ

การเกษตร4.0! มกอช. จับมือสมาพันธ์ SME ดันยุทธศาสตร์พระพิรุณ

10 พ.ย. 2561

มกอช. พร้อมด้วยกรรมการสมาพันธ์ SME ไทยส่วนภูมิภาค ร่วมกันผลักดัน "ยุทธศาสตร์พระพิรุณ" (Agriculture 4.0) เพื่อยกระดับเกษตรแปรรูปเกษตรอินทรีย์

นายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมด้วยกรรมการสมาพันธ์ SME ไทยส่วนภูมิภาค ร่วมกันผลักดัน "ยุทธศาสตร์พระพิรุณ" (Agriculture 4.0) เพื่อยกระดับเกษตรแปรรูปเกษตรอินทรีย์ก้าวสู่ธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและความสำเร็จใหม่ 

โดยยุทธศาสตร์พระพิรุณเป็นแผนยุทธศาสตร์และโครงการเชิงกลยุทธ์ เพื่อจัดสรรพื้นที่ตลาดดิจิทัล และ พัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในลักษณะเศรษฐกิจดิจิทัล เน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน โดยไม่ต้องแทรกแซงกลไกราคา

 

การเกษตร4.0! มกอช. จับมือสมาพันธ์ SME  ดันยุทธศาสตร์พระพิรุณ

นายกฤษเปิดเผยถึงการยกระดับตลาดเกษตร 4.0 ยุทธศาสตร์พระพิรุณ ตามนโยบายตลาดนำการผลิตของนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์  ซึ่งยุทธศาสตร์พระพิรุณ  เป็นแผนยุทธศาสตร์และโครงการเชิงกลยุทธ์ เพื่อจัดสรรพื้นที่ตลาด Free Digital Market และพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในลักษณะ Digital Economy การพัฒนาสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานโดยไม่แทรกแซงกลไกราคา  แต่สร้างความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงช่องทางการตลาดในทันทีของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจน SME ที่เกี่ยวข้องใน ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ ดิจิทัลแฟลตฟอร์ม หรือระบบ E-Matching Market และแฟลตฟอร์มกายภาพ หรือ ระบบร้านค้าปลีก ฟรีแฟรนไชส์ และระบบคำสั่งล้งเกษตรสุขใจ เพื่อนำไปสู่ Digital Thailand 4.0

 

การเกษตร4.0! มกอช. จับมือสมาพันธ์ SME  ดันยุทธศาสตร์พระพิรุณ

การเกษตร4.0! มกอช. จับมือสมาพันธ์ SME  ดันยุทธศาสตร์พระพิรุณ

 

" หลักการทำงานของยุทธศาสตร์พระพิรุณ คือ การใช้ระบบ AI เพื่อ Matching คู่ค้าทุกฝ่ายที่อยู่ในตลาดการเกษตรและตลาดการบริโภค จะทำให้เกษตรกรที่มีสินค้าทางการเกษตร ที่อยากขายและอยากซื้อทั้งปลีก-ส่ง ได้มาเจอกันเพื่อค้าขายตามกลไกตลาด โดยใช้ข้อมูล Big Data จากระบบช่วยในการตัดสินใจด้านราคาและปริมาณ รวมถึงบริการเสริมจาก Application ต่าง ๆ ที่กระทรวงเกษตรฯ มี 

ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ผลิตโปรแกรมจับคู่เฟสแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มทดลองใช้ตั้งแต่ปลายปี 2560 ผ่านเว็บไซต์ www.dgtfarm.com และจะมีการพัฒนาเป็น Application ที่มีประโยชน์ และสามารถหารายได้สำหรับผู้ใช้ โดยตั้งเป้าอย่างน้อย 1 ล้านบัญชีในช่วงต้นปี 2562 " 

นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ผู้ซื้อและผู้ประกอบการที่ต้องการสินค้าตรงกันมาพบกันได้มากยิ่งขึ้น โดยสินค้าที่สามารถเข้ามาจำหน่ายในตลาดออนไลน์ จะต้องเป็นสินค้าดี มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ที่มีการผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและแหล่งผลิต หรือเป็นสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ QR Trace on Cloud ระบบงานทั้งสองจึงเป็นระบบที่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในการสร้างความเข้มแข็ง เป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ มีรายได้ทุกช่องทาง

การเกษตร4.0! มกอช. จับมือสมาพันธ์ SME  ดันยุทธศาสตร์พระพิรุณ