
ตะลุยข่าว : 191 ช่วย "เซลส์สาว" พิษสืบมั่ว..ตบเหยื่อค้นยา
เกือบเที่ยงคืนแล้วเมื่อ "พิชญดา ธำรงพรสวัสดิ์" ผจก.บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพีเอฟ) วัย 29 ปี และ "ณัฐชานันท์ สุขสันต์สมเจริญ" วัย 30 ปี ตัวแทนบริษัทดีทแฮล์ม จำกัด ขับรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ สีฟ้า ทะเบียน ฌฌ 9059 กรุงเทพมหานคร
จากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางนา รอรับของที่เพื่อนชายซื้อมาฝากจากสนามบินสุวรรณภูมิ
ระหว่างจอดรถรอเปิดไฟกะพริบ ณัฐชานันท์เปิดไฟห้องโดยสารหยิบเครื่องสำอางมาแต่งหน้า ส่วนพิชญดาถามหาหมากฝรั่ง ณัฐชานันท์จึงหยิบเมนทอสยื่นส่งให้ ทั้งสองพูดคุยกันไปตามเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความปลอดภัยของหญิงสาวในยามวิกาลเช่นนี้
"พอได้ของฝากแล้วให้มองซ้ายมองขวาให้ดี เพราะถนนบางนา-ตราดมีโจรดักจี้ปล้นเยอะ ยิ่งเราเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว" พิชญดากำชับนักกำชับหนา
แต่ยังไม่ทันจบประโยคดี ณัฐชานันท์เหลือบมองกระจกหลังเห็นรถเก๋งมิตซูบิชิสีขาวไม่ติดป้ายทะเบียนเข้ามาจอดชิดท้ายรถ ไล่เลี่ยกันก็มีรถกระบะสีดำปาดหน้าดักทางไว้ ชายฉกรรจ์ 4-5 คนกรูลงจากรถกระบะชักอาวุธปืนเล็งตรงมายังเธอทั้งสอง ปากก็ตะโกนบอกให้เปิดประตูรถ
ท่ามกลางความโกลาหลและตื่นตกใจ พิชญดาเข้าใจว่าโจรปล้น ไวเท่าความคิดเธอหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนละล่ำละลักบอกว่า โจรปล้นที่หน้าห้างเซ็นทรัล บางนา แล้ววางสาย กดมือถืออีกครั้งแจ้งเหตุไปที่ 191 โดยไม่รอฟังผลว่าโทรติดหรือไม่ เธอซุกโทรศัพท์ไว้กับพื้นรถใต้เบาะ แล้วตะโกนสวนกลับไปในทำนองเดียวกันว่า
"ช่วยด้วย โจรปล้น !!!"
จังหวะนั้นเองชายฉกรรจ์ได้ทุบกระจกหลังจนแตก เอื้อมมือเข้ามาปลดล็อกประตู ส่วนคนที่เหลือยังตะโกนบอกให้เปิดประตูรถ พิชญดาที่ตื่นตกใจและหวาดกลัวหวีดร้องบอกว่าต้องการอะไรให้เอาไป เธอยอมแล้ว กลัวแล้ว อย่าทำอะไรเลย ชายฉกรรจ์ในอาการมุ่งร้ายคาดคั้นหาสิ่งของบางอย่าง และพร่ำหาแต่ของอยู่ไหน ของอยู่ไหน ให้เอาของมา เธอจึงยื่นกระเป๋าถือสีขาวให้ไป
ความโกลาหลยังดำเนินต่อไป หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์สอดมือเข้าตบเข้าที่โหนกแก้มซ้ายของพิชญดา ส่วนณัฐชานันท์ถูกกระชากลงจากรถออกไปยืนอยู่ข้างนอก แล้วพิชญดาจึงถูกนำตัวไปรวมกันไว้
...อีกฝากหนึ่งในศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ส.ต.ต.สกล แสงพวง ผบ.หมู่ ชุดปฏิบัติการที่ 3 ศส.บช.น.เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 รับสายจากโทรมือถือของพิชญดากล่าวแนะนำตัวอย่างเช่นที่เคยทำอยู่ทุกครั้ง แต่แปลกที่ครั้งนี้ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย ยกเว้นเสียงเอะอะโวยวายใส่กันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย เขาคิดว่าคงเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เคยเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คือ สามีภรรยาทะเลาะกันแล้วโทรศัพท์มาขอให้ตำรวจช่วย แต่ด้วยหน้าที่เขาก็จำเป็นต้องรับฟังต่อไป
ทว่าเหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ส.ต.ต.สกล จับได้ถึงอารมณ์ความหวาดกลัวอย่างท่วมท้นของฝ่ายหญิง เขาพยายามเรียกและสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ได้รับคำตอบ ตรงกันข้ามเมื่อฟังไปเรื่อยๆ จึงค่อยๆ พบสิ่งผิดปกติ ฝ่ายชายถามหาสิ่งของบางอย่าง มีการขอดูกระเป๋า มีการยื่นกระเป๋าส่งให้ ส.ต.ต.สกล เริ่มขบคิดถึงความน่าจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหนกันแน่ ?
"ถึงตอนนี้ผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องผัวเมียทะเลาะกันแล้ว แต่คงทะเลาะกันที่ด่านตรวจที่ไหนสักแห่ง เพราะมันดึกแล้ว" ส.ต.ต.สกล เท้าความกับ "คม ชัด ลึก"
แต่แล้วเสียงหวีดร้องของฝ่ายหญิงและต่อว่า เหตุใดต้องทำร้ายกันด้วย ทำให้ ส.ต.ต.สกล เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเหตุการณ์นี้คงไม่ได้เกิดขึ้นที่ด่านตรวจเป็นแน่ เขาฟังและจับใจความอยู่นานกว่า 4 นาที สุดท้ายจึงตัดสินใจโทรกลับไปสอบถามจุดเกิดเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง แต่แปลกไม่มีใครรับสายเลย จึงลองพยายามโทรอยู่นานหลายครั้ง ก่อนจะหันไปปรึกษากับ ส.ต.ต.อนุชิต ภูสีฤทธิ์ และ ส.ต.ต.ศุภกิจ สมรักษ์ เพื่อนที่เข้าเวรอยู่ด้วยกัน ระดมโทรเข้าเครื่องกระทั่งสัมฤทธิผล
"ฉันถูกคนร้ายประมาณ 4 คนปล้นที่หน้าห้างเซ็นทรัล บางนา !?!"
เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าจึงประสานไปยังศูนย์วิทยุสวนลุมจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บางนา ท้องที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบพบเพียงชายฉกรรจ์หนึ่งคนกับผู้เสียหายหญิง 2 คน ส่วนที่เหลือเมื่อได้ยินเสียงตะโกนบอก "เฮ้ย ตำรวจมา" ก็พากันวิ่งขึ้นรถเก๋งสีขาวและกระบะสีดำหลบหนีไปพร้อมกับกุญแจรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ ของพิชญดา
"ชายฉกรรจ์ที่เหลืออยู่คนเดียวเดินไปคุยกับตำรวจสายตรวจในเครื่องแบบ แล้วตำรวจก็เดินมาบอกว่าคนนั้น เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ฉันก็บอกว่าแล้วทำไมไม่โชว์บัตรแสดงตัว เป็นตำรวจทำแบบนี้ได้ยังไง" พิชญดา ตั้งคำถามกับ "คม ชัด ลึก" ภายหลังผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายๆ ไปถึงต้นสังกัดของตำรวจนอกเครื่องแบบและอาจจะหมายถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย
ตอนนี้พิชญดาได้กุญแจรถคืนแล้ว ส่วนรถที่เสียหายยังไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบ รวมถึงความตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้นใครจะเยียวยา !?!



