ข่าว

 ใครว่าเจ้าหนี้...ไม่มีทุกข์

ใครว่าเจ้าหนี้...ไม่มีทุกข์

01 พ.ย. 2552

ตราบที่สังคมมีความเหลื่อมล้ำ มีคนจนเป็นฐานใหญ่ของพีระมิด คนรวยนั่งชิลด์ๆ อยู่บนยอดแหลม ผมว่าคอนเซ็ปต์เจ้าหนี้กับลูกหนี้เห็นทีจะไม่หมดจากบ้านเรา

 คล้ายๆ กับคู่ทุกข์คู่ยากที่เกิดมาเพื่อกัน ใครที่มีเหลือเฟือก็พร้อมให้อีกฝ่ายที่มีน้อยกว่าหยิบยืมไปใช้ โดยมีข้อผูกมัดและผลประโยชน์ในรูปดอกเบี้ยเป็นตัวกำกับ

 ผมเคยนั่งถกกับเพื่อนเล่นๆ ว่าระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้…ใครน่าจะทุกข์กว่ากัน?

 ตอบอย่างจริงใจ ต้องดูเป็นกรณีๆ ถ้าคิดแบบเหมารวม ส่วนใหญ่ฟันธงเห็นใจกลุ่มหลังมากกว่า ด้วยเหตุผลร้อยแปด เจอแรงกดดันรอบด้าน ประหนึ่งแฮมเบอร์เกอร์ที่ถูกกดทับทั้งบนและล่าง ไม่มีอากาศหายใจ ไหนจะเครียดเรื่องปากท้อง ไหนจะกังวลกับการหาเงินมาผ่อนให้ตลอดรอดฝั่ง ไหนจะกลัวเจ้าหนี้ที่ใจไม้ไส้ระกำ

 ตั้งแต่จำความถึงวันนี้ โชคดีที่สุดที่เป็นเจ้าหนี้แค่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็เพียงพอที่จะรับรู้ความทุกข์อยู่ไม่น้อย แถมพอได้ซาวเสียงคนที่สวมหัวโขนเดียวกัน ก็แจ่มแจ้งว่า “แท้จริงเจ้าหนี้ก็มีทุกข์ไม่แพ้ลูกหนี้"

 จะไม่ทุกข์ได้ยังไง ถ้าเจอลูกหนี้ที่เป็นคนใกล้ตัว ปฏิเสธก็ยาก ทั้งที่บางครั้งรู้ว่าเงินที่ยืมไปไม่เห็นจะเป็นประโยชน์เลย เอาไปทำอะไรก็ไม่รู้ ครั้นจะขอทำสัญญา ก็หาว่าเรื่องเยอะ

 จึงขอวิงวอนครับ ฝากให้ลูกหนี้เข้าใจจุดนี้ อย่าตัดพ้อ ต้องเข้าใจเจตนาของเจ้าหนี้ด้วยครับ

 ทุกข์หนักๆ อีกข้อของเจ้าหนี้คือการทวงถาม ที่ว่ากันว่ามีสารพัดรูปแบบ ดีกรีความยากต่างกันไป

 คนจงใจเบี้ยวแต่งวดแรก บอกเลยตามยากมาก ใครที่ผ่อนๆ หยุดๆ ก็ง่ายหน่อย เพราะเนื้อแท้ยังเป็นคนดี แค่ขัดสนบ้าง เลยชักเข้าชักออกให้เห็น

 ผมยอมรับครับว่าโลกนี้เจ้าหนี้ใจยักษ์ใจมารมีจริง แต่อยากให้คิดถึงคนดีๆ บ้าง น่าเห็นใจเหมือนกัน ถ้าต้องโทรไปทวง แล้วดันไม่รับ ตัดสาย ปิดมือถือทิ้ง หรือแย่หนัก ขนของย้ายหนีไปเลย 

 ต้องคิดย้อนกลับ ถ้าโดนเองกับตัว ก็ต้องเสียใจปนกับเสียดายสุดๆ

 เอาจริงๆ ผมว่าเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากให้ถึงขั้นฟ้องศาลหรอก เพราะบางเคสประเมินแล้ว อาจไม่คุ้มค่าทนาย แถมใช้เวลาก็เยอะ กว่าจะปิดจ๊อบให้ลงตัว

 ทางที่ดีที่สุด ถ้าไม่ไหวจริง อย่าหนี เจรจากันดีกว่า หาทางประนีประนอม ตกลงผ่อนผัน ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย มีให้เลือกหลายแบบ

แต่สิ่งสำคัญต้องไม่มีสันดานโกง ประเภทมีแต่ไม่จ่าย หน้าหนาเป็นคอนกรีต อันนี้แย่มากๆ 

 เพื่อนผมคนหนึ่งโดนยืมเงิน สุดท้ายก็ไม่ได้คืน เรื่องถึงขั้นฟ้องร้อง ศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งที่ผมว่าจำเลยเองก็มีเงินซุก เงินซ่อนอีกมาก
ครอบครัวเขาได้แต่นั่งกอดคำพิพากษา ทำตาปริบๆ ทำอะไรก็ไม่ได้ กลายเป็นบทเรียนแสนแพง

 ผมได้ยินมาว่าขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม กำลังเดินทางมาถึงจุดที่มีเสียงสนับสนุนและต่อต้านไม่แพ้กัน

 ส่วนตัวไม่เคยสนับสนุนการทวงถามที่ไร้จรรยาบรรณ หนำซ้ำยังนึกตำหนิเจ้าหนี้ที่ทวงแบบไม่มีมาตรฐาน ทำร้ายผู้บริโภคด้วย

 แต่ขณะเดียวกันก็ต้องลองสวมรองเท้าเดียวกับฝ่ายเจ้าหนี้ดูบ้าง ต้องหาจุดลงตัวให้ดี ประวัติศาสตร์อย่าให้ซ้ำรอย กฎหมายที่หวังดี แต่ลืมดูข้อเท็จจริง มีให้เห็นมาแล้ว

 หากเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ทำงานไม่ได้ เจ้าหนี้รู้สึกไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินคืน ก็อาจเลี่ยงที่จะปล่อยกู้ ลามไปถึงวิกฤติการเงิน หรือปัญหาหนี้นอกระบบตามมา ผลกระทบจะยิ่งไปกันใหญ่

 คงต้องฝากถึงผู้ใหญ่บ้านเมืองล่ะกันครับว่าท้ายที่สุดแล้ว ความลงตัวจะอยู่ที่จุดไหน

 ย้ำนะครับ อย่าคิดว่าเป็นเจ้าหนี้ แล้วทุกข์ไม่ได้ …ลองเป็นดู ก็จะรู้ครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]