
ลิเวอร์พูล กับฟอร์มการเล่นที่ห่วยที่สุดในฤดูกาลนี้
ความพ่ายแพ้ราบคาบต่อเรดสตาร์ เบลเกรด 0-2 ส่งผลให้ลิเวอร์พูล ต้องเหนื่อยและลุ้นหนักเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวในการเข้ารอบน็อคเอาท์ กับโปรแกรม 2 นัดสุดท้ายที่เหลือ
ความพ่ายแพ้ราบคาบต่อเรดสตาร์ เบลเกรด 0-2 เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้ลิเวอร์พูล ต้องเหนื่อยและลุ้นหนักเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวในการเข้ารอบน็อคเอาท์ กับโปรแกรม 2 นัดสุดท้ายที่เหลือ แต่หากมองอีกมุม ถือว่าโชคดีไม่น้อย ที่อีกคู่ในกลุ่มนี้นาโปลีเสมอกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยสกอร์ 1-1 ส่งผลให้กลุ่มซีเปิดกว้าง และมีลุ้นเข้ารอบต่อไปทั้ง 4 ทีม
เกมนี้เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นเยอะพอสมควร โดยดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ , อดัม ลัลลาน่า และโจแอล มาติป ได้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก
เริ่มเกม ด้วยบรรยากาศการเชียร์ที่สุดเข้มข้นของเจ้าบ้านนั้น ส่งผลให้นักเตะหงส์แดงหลายคนเล่นผิดฟอร์มแบบน่าใจหาย และผ่านไปเพียง 29 นาที เจ้าบ้านมาได้ 2 ประตูรวด เริ่มจากลูกโหม่งของมิลาน พาฟคอฟ นาที 22 และเจ้าตัวมาบวกลูกที่ 2 ของตัวเองจากลูกยิงไกลสุดสวยนาที 29 ครึ่งแรก เรดสตาร์ เบลเกรด พลิกนำลิเวอร์พูล 2-0
แม้ว่าครึ่งหลัง คล็อปป์ จะเปลี่ยน 2 คนรวด โดยเอาโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ลงแทน สเตอร์ริดจ์ และส่งโจ โกเมซ มาเล่นแทน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่หลุดฟอร์ม ซึ่งรูปเกมนั้นดูดีขึ้น ได้ขึงใส่เจ้าบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม ทีมหงส์แดงไม่มีทำได้แค่ครึ่งเกมไป-มา เกมรุกดูขาดไอเดียและทีมเวิร์ค จนจบ 90 นาที ก่อนพ่ายแพ้เจ้าบ้านไปในที่สุด
ประเด็นหลังเกม
-นี่เรียกว่าเป็นฟอร์มที่เข้าขั้นห่วยที่สุดของทีมหงส์แดงในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ รูปแบบการเล่น การประสานงาน ทุกอย่างดูผิดพลาดไปหมด ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่ลูกทีมพ่ายแพ้ว่า "ความผิดพลาดเกมนี้ นับ 10 นิ้วคงไม่พอ" การแพ้ในเกมนี้ มันสำคัญและส่งผลต่อโอกาสเข้ารอบของลิเวอร์พูลมากๆ เพราะ 2 นัดที่เหลือคืองานหนักเริ่มจากไปเยือนเปแอสเชในเกมหน้า ก่อนเล่นในบ้านกับนาโปลีในเกมสุดท้าย ณ ตอนนี้ 9 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะได้แค่ 3 นัด และพุ่งชนความพ่ายแพ้ไปถึง 3 นัดเช่นกัน
-ตลอดทั้ง 90 นาที ลิเวอร์พูล ยิงตรงกรอบไปเพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้นจากโอกาส 15 ครั้ง นับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยนิดเหลือเกิน 3 ประสานในแดนหน้า เริ่มจากสเตอร์ริดจ์ ที่ได้ยิงจ่อในระยะ 6 หลา ข้ามคานเหลือเชื่อ หลังจากนั้นเจ้าตัวเหมือนสติหลุด พยายามแก้ตัว เล่นเพื่อตัวเอง ไม่มองเพื่อนร่วมทีมจน เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง ขณะที่ มาเน่ กับ ซาลาห์ ก็ไม่ได้คุกคามเกมรับของเจ้าบ้านได้เท่าที่ควร จ่ายติด จ่ายเสีย ยิงออก ซึ่งมีครบทุกอย่างในเกมนี้
-อีกคนที่น่าผิดหวังทั้งๆ ที่ได้รับโอกาสลงตัวจริงนั่นก็คือ อดัม ลัลลาน่า เจ้าตัวพยายามวิ่ง แต่การวิ่งของเขานั้นดูเหมือนจะทำระบบมั่วไปหมด ทั้งทับตำแหน่งเพื่อน ขาดความเข้าใจในเกม แต่เขากลับได้โอกาสอยู่ในสนามนานถึง 79 นาที ทั้งๆ ที่ถ้าจะเปลี่ยนออกตั้งแต่ช่วงพักครึ่งก็ไม่น่าแปลกใจมากเท่าไหร่สำหรับแฟนบอล
-ความพ่ายแพ้ราบคาบของลิเวอร์พูล แน่นอนว่าต้องให้เครดิตเจ้าบ้านอย่างเรดสตาร์ เบลเกรด ด้วย จะเห็นได้ว่าเกมที่แอนฟิลด์พวกเขาแพ้กลับไปเละเทะ 0-4 แต่เกมล่าสุด พวกเขามีความใจสู้ มุ่งมั่น เล่นตามเสียงเชียร์แฟนบอล และมีความกระหายชัยชนะมากกว่าผู้มาเยือน ซึ่งไม่แปลก และพวกเขาสมควรที่จะได้ 3 คะแนนเต็มทุกประการ
-สถานการณ์ของกลุ่มซีในตอนนี้ กลับเป็นแบบงูกินหาง จากผลเสมอคู่ระหว่าง นาโปลี กับ เปแอสเช ทำให้กลุ่มนี้ โอกาสเข้ารอบเปิดกว้างทั้ง 4 ทีม นาโปลี และ ลิเวอร์พูล มี 6 คะแนน เปแอสเชมี 5 และเรดสตาร์ เบลเกรดมี 4 คะแนน ซึ่งโปรแกรมนัดที่ 5 ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทั้ง 4 ทีมจะต้องไปลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์ในนัดสุดท้ายอยู่ดี



