ข่าว

20 ปีผ่านไปยังไม่สาย จับผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

20 ปีผ่านไปยังไม่สาย จับผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

06 พ.ย. 2561

เปิดใจ "ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ "ตำรวจหนุ่ม สางปมคดีค้างเก่าเจอผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

 

          เรื่องราวของตำรวจหนุ่มที่ปฎิบัติหน้าที่คลี่คลายคดีค้างเก่า แล้วพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือผู้ต้องหาฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า “ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์”  เป็นลูกชายนายประสิทธิ์ แซ่อื้อ 1 ใน 2 ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์แล้วฆ่าเหยื่อ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 กระทั่งเวลาผ่านมาในวันที่ปฎบิติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่าแล้วพบว่าผู้ต้องหาคือนายญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี ชาว อ.ท่าแวะ จ.ชุมพร คือคนเดียวกันกับคนที่ขึ้นชื่อว่าฆ่าพ่อของตนเอง

 

          สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 8 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร จับกุมนายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี ชาว อ.ท่าแวะ จ.ชุมพร โดยเป็น 1 ใน 3 คนร้าย ที่ก่อเหตุฆ่านายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพไปทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย. 2551

 

20 ปีผ่านไปยังไม่สาย จับผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

 

          ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

 

          เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5-6 ธ.ค ต่อเนื่องกันปี 2541 โดยจับได้ที่บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เบื้องต้นนายบุญฤทธิ์ฯ ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง ส่วนพฤติกรรมของคดีขอให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้ในชั้นศาล ชุดสืบสวนฯ จึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมาย

 

20 ปีผ่านไปยังไม่สาย จับผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

 

          จากกรณีดังกล่าวได้เกิดประเด็นดราม่าในโซเซียลฯ ระบุว่าการจับกุมดังกล่าว มี ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ตั้งใจเข้ามาเป็นตำรวจเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อตัวเองนั้น เพื่อให้เรื่องนี้กระจ่าง วันนี้ (6 พ.ย.61) ทีมข่าวเครือเนชั่น ได้ไปพบกับ ส.ต.ต.อัษฎาฯ ที่ กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 8  ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  โดยมี พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธาคณานนท์ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมพูดคุยด้วย 

 

          ส.ต.ต.อัษฎา บอกว่า การนำเสนอข่าวที่บอกว่าตั้งใจมาเป็นตำรวจเพื่อจับคนร้ายที่ฆ่าพ่อตนเองนั้นอาจไม่ครบถ้วนทั้งหมด เนื่องจากการที่เข้ามาเป็นตำรวจนั้นด้วยความชอบส่วนตัว และเป็นสิ่งที่พ่อบอกกับแม่ไว้ว่าต้องการให้ตนเป็นตำรวจ ไม่ใช่ตั้งใจจะเข้ามาเพื่อทำคดีนี้อย่างเดียว และภายหลังจากที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจเมื่อเดือนกุมพาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาฯ 

 

20 ปีผ่านไปยังไม่สาย จับผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

 

          “ในส่วนการตายของพ่อนั้น เพิ่งทราบเมื่อตอนอายุ 15 ปี ขณะที่เรียนอยู่ชั้น ม.2- ม.3 ว่าพ่อถูกฆ่าตาย ก็ไม่ได้ติดใจอะไร และขณะนั้นคิดว่าคนร้ายถูกจับหมดแล้ว แต่มาทราบภายหลังในขณะที่ตนได้เข้ารับราชการตำรวจจากคนที่อยู่ในละแวกบ้านว่า หนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อกลับมาที่บ้าน และได้มีการขับขี่รถมาวนเวียนอยู่แถวบ้านพักของแม่ซึ่งอาศัยอยู่กับน้องสาว ที่  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และด้วยส่วนงานที่รับผิดชอบเป็นการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้างเก่า โดยเฉพาะในรายที่คดีที่ใกล้หมดอายุความ และเมื่อเห็นว่าคดีนี้บุคคลที่มีหมายจับ  จึงประสานงานกับกองปราบปรามและชุดสืบสวนในพื้นที่ตามขั้นตอน และร่วมติดตามจับกุมตัวดังกล่าว และที่ผ่านมาก็จะช่วยในการตรวจสอบค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีติดตามจับกุมผู้ต้องหามาโดยตลอด” 

 

          ส่วนที่ว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นคนที่ลงมือฆ่าพ่อหรือไม่ ส.ต.ต.อัษฎา บอกว่า ไม่ทราบชัด เพราะเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ ซึ่งจะต้องว่ากันไปตามกระบวนการหากกระทำผิดจริงก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้กระทำผิดก็ต้องให้ความเป็นธรรม ซึ่งในช่วงที่ร่วมจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ก็เหมือนกับการจับกุมผู้ต้องหารายอื่นๆ หากทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะต้องถูกออกจากตำรวจ และแม่ก็ต้องลำบากอีก เนื่องจากที่ผ่านมาแม่ก็เลี้ยงตนและน้องมาด้วยความลำบาก ทั้งนี้ตนเองมีความภาคภูมิใจในอาชีพตำรวจ ซึ่งจะตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด

 

20 ปีผ่านไปยังไม่สาย จับผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเอง

 

          ขณะที่ พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธาคณานนท์ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวนั้นเป็นการจับตามคดีค้างเก่าตามปกติในพื้นที่ความรับผิดชอบ ในพื้นที่ภาค 8 ทั้งหมด โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับโดยเฉพาะ ซึ่งทุกกองกำกับจะมีการเร่งรัดในการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสืบสวนจับกุม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่สงกรานต์ งานเดือนสิบ เป็นต้น โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ทำการสืบสวนติดตามคนร้ายที่มีหมายจับคดีค้างเก่า โดยไม่ได้เป็นการเจาะจงจับกุมแต่อย่างใด 

 

          สำหรับ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ เป็นนักเรียนนายสิบ รุ่นที่ 9 โรงเรียนตำรวจภูธร 8 สำเร็จการศึกษาเมื่อวันที่ 30 ก.พ.ที่ผ่านมา และมาบรรจุที่ตำรวจภูธรภาค 8 ในตำแหน่งผู้บังคับหมู่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอื่นๆ มาแล้วหลายราย ไม่ได้จับกุมเฉพาะนายบุญฤทธิ์ ครุฑละอองรายเดียวกัน.

 

ภาพ / ข่าว - สาลินี ปราบ