
"ดับเบิ้ลพีฯ"มั่นใจบลูเทค ซิตี้ กระตุ้น GDP-จ้างงาน
"ดับเบิ้ลพีฯ"มั่นใจโครงการนิคมฯ บลูเทค ซิตี้ กระตุ้น GDP ประเทศ-ท้องถิ่น เกิดการจ้างงาน 2 หมื่นอัตรา ย้ำโรงงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
7 พฤศจิกายน 2561 นายวิวัฒน์ โฆษิตสกุล ที่ปรึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ของบริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว หรือสร้างเป็นซิลิคอนวัลเลย์ 2 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Smart City พร้อมผลักดันเป็น Land Mark ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการออกแบบให้นิคมอุตสาหกรรม และ อาคารต่าง ๆ ในบริเวณนิคม มีความสวยงาม ทันสมัย และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์แห่งอนาคต (รถยนต์ไฟฟ้า) กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีความจุสูง กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์สำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้า
กลุ่มอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และขอยืนยันว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่มีมลภาวะสูง ๆ เช่น มีน้ำเสียเยอะ ปล่อยอากาศเสียเยอะ หรือมีความอันตราย อาทิ โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงงานฟอกย้อม โรงงานเยื่อกระดาษ จะไม่ยอมให้เข้ามาตั้งในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้โดยเด็ดขาด
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน มีบริษัทฯ ที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้นำด้านพลังงานของไทยติดต่อเข้ามาและแสดงความสนใจที่จะเข้ามาซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อมาสร้างเป็นโรงงานผลิตรถไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งผลิตจากไฟฟ้าพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม จึงไม่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยมีการตั้งเป้าการผลิต 5,000 คันในระยะแรกขยายฐานการผลิตเป็น 20,000 คันต่อไปในอนาคต และมีบริษัทฯ ที่สนใจจะมาใช้ที่ดินเพื่อสร้างเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีความจุสูง คือ แบตเตอรี่ ซึ่งจะไม่ใช่แบตเตอรี่ตะกั่วกรด แต่จะเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน โดยในอนาคตจะถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า รวมถึงอาจจะทำเป็นตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตั้งตามโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โรงไฟฟ้าพลังงานลม
ทั้งนี้ในส่วนของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนนี้ ชาวบ้านอาจจะเกิดความกังวลใจว่า จะเป็นโรงงานที่อันตราย หรือมีมลภาวะมาก และส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบข้างหรือไม่นั้น บริษัทที่จะมาสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ได้มีการศึกษาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออนต้นแบบจากประเทศไต้หวัน ซึ่งโรงงานเป็นโรงงานสะอาด เหมือนเช่นโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างต้องสะอาด การผลิตทุกอย่างอยู่ในระบบคลีนรูม (Clean Room) ไม่มีน้ำเสีย รวมทั้งโรงงานแบตเตอรี่ของประเทศไต้หวัน มีการจัดสร้างอยู่ในแหล่งชุมชน รอบข้างเป็นตลาดผลไม้ ตลาดอาหารสด ร้านสะดวกซื้อ และที่อยู่อาศัย เช่น อพาร์ทเม้นต์ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า อุตสาหกรรมสมัยใหม่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน สามารถอยู่รวมกันได้
“เชื่อว่า นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในระดับประเทศ คือ การเพิ่ม GDP เพราะการสร้างอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไฮเทคเกิดขึ้นเป็นชาติแรกของอาเซียน รักษาจุดแข็งในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก เพิ่มรายได้จากการส่งออก สร้างรายได้ให้ประชาชน สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสังคมคาร์บอนต่ำ ส่วนในระดับท้องถิ่น คือ การเพิ่ม GDP ของจังหวัด รายได้ภาษีท้องถิ่นเพิ่มขึ้น การจ้างงานซึ่งประเมินไว้ที่ 20,000 ตำแหน่งอย่างแน่นอน”นายวิวัฒน์ กล่าว
นายกิตติทัศน์ ประเสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หากพื้นที่ ต.เขาดิน ได้รับการพัฒนา และมีความเจริญ ก็จะช่วยดึงดูดผู้ที่จะมาลงทุนในชุมชน ซึ่งพื้นที่รอบข้าง ต.เขาดิน เช่น ต.ท่าสะอ้าน ต.บางปะกง มาที่หลัง กลับมีการพัฒนาไปไกลแล้ว เนื่องจาก ต.เขาดิน ยังยึดติดกับผังพื้นที่สีเขียว แต่ถ้าศึกษาพื้นที่ดีๆ แม้จะมีที่ดินจำนวนมาก แต่ทำการเกษตรเป็นอาชีพไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ใกล้น้ำทะเล และเป็นพื้นที่ที่ใช้กั้นน้ำเค็ม จึงไม่เหมาะกับการทำการเกษตร ลูกหลานต้องเดินทางไปทำงานในต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม มีข้อเป็นห่วงเรื่องการบริหารจัดการน้ำเสีย มลพิษ และรบบนิเวศน์ จึงอยากแนะนำให้บริษัทฯ มีการจัดทำแผนให้เห็นเป็นรูปธรรม ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับรู้ เพราะการพัฒนากับชุมชน ต้องเดินไปคู่กัน ทั้งนี้ หากบริษัทฯ มีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวได้จริง คิดว่า สามารถอยู่รวมกับชุมชนได้ ซึ่งไม่ต่างจากนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร มีโรงไฟฟ้า ที่มีค่ามลพิษสูง ชาวบ้านยังอยู่กันได้
“อยากฝากถึงชาวบ้านที่ยังไม่เข้าใจ และคัดค้านว่า ให้ลองมองถึงความเจริญของชุมชนในอนาคต มองคุณภาพชีวิตของชุมชน ผมกล้าพูดว่า ชุมชนที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด สิ่งไหนดีหรือไม่ได้ เพราะเมื่อ 10 กว่าปี เคยเข้าร่วมเป็นแกนนำต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วยเงินส่วนตัว จึงทำให้มองออกว่า สิ่งที่เข้ามาดีหรือไม่ดี ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ ได้มีการคัดกรองสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชาวบ้านอย่างแน่นอน”ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.เขาดิน กล่าว



