
ฝากขัง"ราเกซตำรวจค้านประกันตัว
ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก"ราเกซผู้ต้องหายักยอกทรัพย์บีบีซีพร้อมส่งตัวเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังตำรวจค้านประกัน กลัวหนี
(31ต.ค.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา สบ.10 สตช. หัวหน้าชุดควบคุมดูแลรับตัวนายราเกซ สักเสนา อายุ 57 ปี สัญชาติอินเดีย อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ ธ.กรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์บีบีซี. , พล.ต.ท.พงศ์พัศ พงศ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก สตช. และ พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ พนักงานสอบสวนสบ.3 กก.5 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ได้นำนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกบีบีซี ซึ่งได้รับกลับเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศแคนาดา มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. - 11 พ.ย.นี้
โดยคำร้องฝากขัง ระบุว่า เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 30 ต.ค.2552 พนักงานสอบสวนได้รับตัวนายราเกซที่หลบหนีการจับกุมไว้ตามคำสั่งสตช.ที่538/52 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งนายราเกซ ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์กระทำผิดคือ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.38 - 20 ก.ค.38 นายราเกซ เป็นที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการ ธ.บีบีซี ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์บีบีซี. ซึ่งได้รับมอบหมายผู้ดูแลครอบครองทรัพย์และจัดการทรัพย์กับดำเนินกิจการของธนาคาร ได้ร่วมกันอนุมัติสินเชื่อเงินเชื่อแก่ บริษัทซีตี้เทรดดิ้ง จำกัด เป็นเงิน 1,657 ล้านบาท ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีนายเกริกเกียรติ เป็นผู้มีส่วนได้เสียอยู่ โดยไม่ตรวจสอบกลั่นกรองการขออนุมัติ และอนุมัติสินเชื่อไปโดยไม่ผ่านคณะกรรมการสินเชื่อ อันเป็นการร่วมกับกรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล เบียดบังทรัพย์ หรือช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่กรรมการผู้จัดการเบียดบังทรัพย์นั้นไป อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 307,308 ,309 ,311 ,313 และ 315 ซึ่งนายราเกซ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยพนักงานสอบสวน ควบคุมตัวผู้ต้องหาครบ 48 ชั่วโมงแล้วแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบพยานอีก 2 ปาก จึงยื่นคำร้องฝากขัง
ท้ายคำร้องระบุด้วยว่าเนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีมีการสร้างตความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง ประกอบกับผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ เกรงว่าจะหลบหนี และสร้างความยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนจึงได้ขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย
ขณะที่การพิจารณาคำร้องฝากขังนั้น พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายราเกซ ผู้ต้องหา ไปยังห้องพิจารณา 406 เพื่อฟังการพิจารณาคำร้องของศาล โดยมีทนายความที่ปรึกษากฎหมาย แพทย์ ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด และมีหน่วยคอมมานโดเฝ้าติดตามความปลอดภัยโดยตลอด
ทั้งนี้ศาลได้อ่านคำร้องฝากขัง โดยผ่านล่ามแปลภาษาให้นายราเกซ ฟังแล้ว ไม่คัดค้าน แต่นายราเกซแถลงว่าตนมีอาการป่วย จึงขออนุญาตพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ศาลสอบถามแพทย์แล้ว แพทย์ตำรวจแถลงว่าไม่ขัดข้อง จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง และให้นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ต่อมานายราเกซ ผู้ต้องหาจึงได้ถูกนำตัวขึ้นรถตู้ของ รพ.ตำรวจ เดินทางไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมีรถตำรวจคุ้มกัน
ด้านพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษก สตช. กล่าวว่า เมื่อคืนนายราเกซอยู่ในความควบคุมของตำรวจและแพทย์ ซึ่งได้ตรวจสุขภาพ ถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือ ผู้ต้องหามีอาการแจ่มใส ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ และพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว
ส่วน พล.ต.ต.นพ อรรถพันธ์ พรมณฑารัตน์ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ แพทย์ผู้ตรวจอาการนายราเกซ กล่าวว่า นายราเกซชีพจรปกติ ความดันโลหิตปกติ รับประทานอาหารได้ และนอนหลับพักผ่อนนาน 3 ชั่วโมง ขอยืนยันว่า นายราเกซมีสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี และสามารถพักตัวที่รพ.ของกรมราชทัณฑ์บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้



