
ส่ง'ราเกซ'ขังคุก-เจ้าตัวเครียดกินไม่ได้
เจ้าหน้าที่ส่ง"ราเกซ"เข้าคุก เจ้าตัวเครียดจัด กินข้าวไม่ลง ดื่มน้ำเปล่ากับกินผลไม้เล็กน้อย เรือนจำจัดนักโทษที่พูดภาษาอังกฤษได้ไว้เป็นพี่เลี้ยงร่วมแดนคุมขัง
(31ต.ค.) รายงานข่าวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันนี้ทนายความและญาติของนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหายักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) ได้นำของใช้ส่วนตัว ผลไม้ และยารักษาโรคประจำตัวของนายราเกซ มาฝากเจ้าหน้าที่เรือนจำ เพื่อส่งต่อให้นายราเกซ ทั้งนี้ภายหลังนายราเกซถูกส่งเข้าเรือนจำวันแรกทำให้นายราเกซอยู่ในอาการเครียดและมีสีหน้าอิดโรย เห็นได้ชัด ไม่ยอมพูดจากับเพื่อนนักโทษหรือเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่รับประทานอาหารเย็นที่เรือนจำจัดไว้ให้ ดื่มเพียงน้ำเปล่าและรับประทานเพียงผลไม้เล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ตามทางเรือนจำได้จัดผู้ต้องขังที่พูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดีความผิดเล็กน้อย อาทิ ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้เช็ค ให้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยง และอยู่ร่วมแดนนายราเกซ เพื่อให้เกิดความสะดวกสื่อสารและให้คำแนะนำถึงการใช้ชีวิตในเรือนจำ และวิธีผ่อนคลายความตึงเครียดที่ต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำ
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการคุมตัวนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี ว่า เรือนจำจะเน้นการดูแลให้นายราเกซได้รับความปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัว และพร้อมให้การดูแลปัญหาด้านสุขภาพในกรณีที่นายราเกซป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ซึ่งโรงพยาบาลกลาง กรมราชทัณฑ์ มีขีดความสามาถเพียงพอที่จะดูแลรักษาอาการป่วยของนายราเกซ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังด้านความปลอดภัย ตลอดจนการจัดเตรียมห้องเยี่ยมผู้ต้องหาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานสอบสวนที่จะต้องเข้าสอบปากคำนายราเกซ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมของญาติและการเข้าพบทนายความด้วย
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่านายราเกซจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้ต้องขังทั่วไป โดยมาตรการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในเรื่องทั่วไป กระทำขึ้นเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย ไม่ให้ถูกต่างชาติวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังในเรือนจำ
ด้านนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงมาตรการคุมขังนายราเกซว่า ทันทีที่นายราเกซ ถูกส่งตัวสู่การควบคุมของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จะถูกทำประวัติผู้ต้องขัง ตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ และได้รับแจกคู่มือการติดคุก เหมือนผู้ต้องขังรายอื่นๆ โดยเมื่อวันที่ 30 ตุลามคมที่ผ่านมา ตนได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนการควบคุมนายราเกซ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ
โดยทางเรือนจำ ได้จัดที่คุมขังเพื่อแยกนายราเกซออกจากผู้ต้องขังรายอื่น เพราะนายราเกซมีปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยให้ควบคุมตัวอยู่แดนพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากมีแพทย์เวร เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาหารของนายราเกซ อย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัย และยังจัดหาผู้ต้องขังที่เป็นช่วยผู้คุมมาดูแลนายราเกซ ส่วนเรื่องภาษาคงไม่มีปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็พอสื่อสารเข้าใจ และที่ผ่านมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ถูกคุมขังอย่างต่อเนื่อง ไม่น่าจะมีปัญหา สำหรับการเข้าเยี่ยมของญาติต้องรอให้ถึงวันทำการของราชการ วันหยุดไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้



