ข่าว

 ปัญหาอมตะนิรันดร์กาล

ปัญหาอมตะนิรันดร์กาล

03 มี.ค. 2552

เล่นเอางงเป็นไก่ตาแตกไปตามๆ กัน เมื่อแดนดินถิ่นอินเดียนแดงเก่ายุคที่มีประธานาธิบดีผิวสีคนแรกนามว่า บารัก โอบามา ได้ขู่จะไม่เข้าร่วมการประชุมโลกว่าด้วยการยุติการกีดกันหรือแบ่งแยกผิวพันธุ์และเชื้อชาติศาสนาที่สหประชาชาติจะจัดขึ้นที่นครเจนีวาในเดือนเมษายนนี้

ซึ่งเรียกสั้นๆ ว่าเดอร์บัน 2 ถ้าหากว่าไม่มีการแก้ไขเอกสารชั้นสุดท้ายด้วยการตัดข้อความทุกข้อความที่พาดพิงถึงอิสราเอล รวมถึงข้อความที่สบประมาทดูแคลนด้านศาสนา
 ทั้งๆ ที่ประชาคมโลกและมะกันชนไม่ใช่น้อยคาดหวังว่าผู้นำผิวสีผู้นี้จะมีนโยบายใหม่มุ่งหมายลบล้างปัญหาการเหยียดผิวพันธุ์ โดยยึดมั่นในเรื่องของความถูกต้องยุติธรรมและความเป็นกลาง แต่สุดท้ายความหวังนี้ก็มลายไปสิ้น
 การประชุมครั้งนี้เป็นผลพวงสืบต่อมาจากการประชุมที่เมืองเดอร์บันในแอฟริกาใต้เมื่อปี 2544 ซึ่งครั้งนั้นเวทีเต็มไปด้วยความร้อนระอุหวุดหวิดจะล่มกลางคัน อันเนื่องจากความขัดแย้งในปัญหาตะวันออกกลาง เป็นเหตุให้ตัวแทนของสหรัฐและอิสราเอลพร้อมใจกันวอล์กเอาท์เดินออกจากที่ประชุมประท้วงที่ประชุมได้ร่างแถลงการณ์ประณามอิสราเอลเพียงประเทศเดียวว่าเป็นต้อตอของปัญหาทั้งมวล อีกทั้งยังประณามลัทธิไซออนนิสต์ซึ่งเป็นขบวนการว่าด้วยการจัดตั้งและคงไว้ซึ่งรัฐยิวว่าเป็นขบวนการที่แบ่งแยกผิวพันธุ์
 เมื่อเร็วๆ นี้ อิสราเอลและแคนาดาได้ประกาศจะบอยคอตการประชุมเดอร์บัน 2 แต่รัฐบาลนายโอบามาตัดสินใจจะเปิดเจรจาต่อรองก่อนจะตัดสินใจในภายหลัง พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ 2 คนจากกระทรวงต่างประเทศไปศึกษาร่างแถลงการณ์ฉบับสุดท้ายที่เจนีวา พร้อมกับหารือต่อรองกับตัวแทนจาก 30 ประเทศ
 แต่ยิ่งเจรจาผลลัพธ์ที่ได้ยิ่งมีแต่เลวร้ายลง จนท้ายที่สุดผู้แทนสหรัฐต้องตัดสินใจยุติการหารือ อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวยังคงวางท่าว่าพร้อมจะพิจารณาจุดยืนใหม่อีกครั้งถ้าหากมีการปรับปรุงแก้ไขเอกสารให้ดีขึ้น ที่สำคัญก็คือเอกสารชิ้นนี้จะต้องไม่อ้างอิงเอกสารสุดท้ายที่เป็นผลการประชุมที่เดอร์บันด้วย
 แต่กลุ่มประเทศในยุโรปกลับไม่เห็นด้วย อย่างเช่นเนเธอร์แลนด์ขู่จะวอล์กเอาท์หากข้อความที่พาดพิงถึงอิสราเอลถูกลบทิ้ง ขณะที่ฝรั่งเศสยืนยันว่าจะต้องไฟเขียวให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ด้านศาสนา ส่วนยิวนั้นพูดคำเดียวการประชุมนี้มีขึ้นเพียงเพื่อทำลายอิสราเอลเท่านั้นเอง 
 สงสารก็แต่เจ้าภาพที่กังวลว่าแทนที่ประเด็นการประชุมจะมุ่งไปที่แนวทางการต่อสู้ร่วมกันเพื่อยุติการแบ่งแยกผิวพันธุ์ กลับหันไปสนใจประเด็นการเมืองมากกว่า
 ท้ายสุดก็กลายเป็นเวทีโลกอีกเวทีหนึ่งที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

 

 บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์