ข่าว

ระนองห่วงคุมไม่อยู่ ! ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาพุ่ง

ระนองห่วงคุมไม่อยู่ ! ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาพุ่ง

03 พ.ย. 2561

"สสจ.ระนอง"ห่วงคุมไม่อยู่หลังพบผู้ป่วยใหม่วัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรงชายแดนระนอง-เกาะสองพุ่งสูง

 

             3 สิงหาคม 2561 นายแพทย์สาธิต  ทิมขำ  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทาง สสจ.ระนองและหน่วยงานสาธารณสุขกำลังเป็นห่วงปัญหาการพบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ที่ดื้อยาเพิ่มขึ้น 

 

             โดยสถานการณ์การควบคุม และการป้องกันวัณโรคจังหวัดระนองปี 2558-2561 พบว่าอัตราการค้นพบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เสมหะแพร่เชื้อเป้าหมาย 172 ต่อแสนประชากร  เท่ากับ  (2558-2561) 147.70 , 186.10 , 173.83 ,และ 131.17 มีผลสำเร็จการรักษาวัณโรคจังหวัดระนองในช่วงปี 2557-2560  พบว่ามีอัตราการรักษาสำเร็จในผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำ เท่ากับร้อยละ  82.49 ,  84.12 , 79.71 , 77.53 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายประเทศต้องมากกว่าร้อยละ 85  

 

             โดยในปี 2560  มีอัตราการตาย ขาดยา  ล้มเหลว โอนออก ร้อยละ  11.81 , 5.06 , 3.38 , 4.22 ตามลำดับ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การรักษาผู้ป่วยวัณโรคไม่ถึงเป้าหมาย  สำหรับผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา  (MDR-TB) รายใหม่ในปี 2557  พบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานอย่างรุนแรง(XDR-TB) 1 ราย อำเภอเมือง  คิดเป็นร้อยละ 0.33  

 

             ในปี 2558  พบ 1 รายคนไทย  อำเภอกะเปอร์ คิดเป็นร้อยละ  0.32  ของผู้ป่วยทั้งหมดปี 2559  พบผู้ป่วยดื้อยารายใหม่ 1 รายพม่า อำเภอเมือง  คิดเป็นร้อยละ  0.26  ของผู้ป่วยวัณโรคทั้งหมดปี 2560  พบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยารายใหม่ 5 ราย คนไทย 4 ราย พม่า 1 ราย อำเภอเมือง คิดเป็นร้อยละ 1.4  ของผู้ป่วยวัณโรคทั้งหมด  ในปี 2561  พบผู้ป่วยดื้อยารายใหม่ 4 รายคนไทย 3 ราย พม่า 1 ราย อำเภอเมือง 3 ราย  อำเภอกระบุรี 1 ราย  คิดเป็นร้อยละ 1.34  ของผู้ป่วยวัณโรคทั้งหมด  
       

             ส่วนแนวทางการดำเนินงานในการควบคุม ป้องกัน วัณโรคจังหวัดระนอง มี 5 ขั้นตอนสำคัญได้แก่ การคัดกรองเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงวัณโรค ผู้สูงอายุ 65 ปี ที่มีโรคร่วม เบาหวาน,ส่งทดสอบโดยไวต่อยาในผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการดื้อยา,ให้การรักษาตามมาตรฐาน,จัดระบบป้องกันการแพร่เชื้อในสถานพยาบาลและชุมชน,พัฒนาระบบส่งต่อและระบบติดตามกรณีผู้ป่วยขาดยาหรือโอนออก  โดยปัญหาอุปสรรคสำคัญในการทำงานคือผู้ป่วยมีการตาย ขาดยาระหว่างการรักษา และปัญหาการเคลื่อนย้ายของประชากรข้ามชาติทำให้ผู้ป่วยรักษาไม่หาย เสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อยา