
อาเซียนเมินไบโอดีเซลหลังราคาน้ำมันดิ่ง
กัวลาลัมเปอร์ - กระแสพลังงานชีวภาพในอาเซียนลดความนิยมลงหลังวิกฤติเศรษฐกิจทำราคาน้ำมันดิบลดฮวบ
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า ความหวังของชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการให้เชื้อเพลิงชีวภาพ หรือไบโอดีเซล กลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์มหาศาลค่อยๆ เลือนหายไป เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
มาเลเซียกับอินโดนีเซียที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่สุดของโลกต่างส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้น แต่กระแสตื่นไบโอดีเซลกลับซบเซาลงเมื่อราคาน้ำมันดิบที่เคยพุ่งถึง 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ลดลงไปอยู่ในระดับต่ำกว่า 37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มที่เคยทะยานขึ้นไปถึงตันละ 1,245 ดอลลาร์เมื่อปี 2550 มีราคาลดลงฮวบฮาบเหลือตันละ 405 ดอลลาร์ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทำให้บริษัทหลายแห่งยกเลิกการผลิต หรือไม่ยอมต่อสัญญาจัดหาน้ำมันปาล์มป้อนสู่ตลาดเพราะเห็นว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
รัฐบาลมาเลเซียซึ่งเคยตั้งเป้าจะเป็นผู้นำโลกในการผลิตพลังงานไบโอดีเซล และสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซลเพื่อการพาณิชย์แห่งแรกในทวีปเอเชีย กำลังเตรียมทบทวนใบอนุญาตสร้างโรงงานเชื้อเพลิงชีวภาพ 91 ฉบับที่ออกมาในช่วงที่กระแสพลังงานชีวภาพกำลังร้อนแรง หลังจากเผชิญปัญหาราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันดิบตกต่ำ
ขณะที่อินโดนีเซียที่เคยสนับสนุนการพัฒนาไบโอดีเซลอย่างหนักต้องแก้ปัญหาด้วยการออกกฎหมายบังคับให้โรงงาน ภาคธุรกิจ และโรงไฟฟ้าหันมาใช้พลังงานไบโอดีเซล ส่วนบริษัทน้ำมันของรัฐก็ถูกบังคับให้ขายเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลอย่างน้อย 1%
อุตสาหกรรมไบโอดีเซลยังกลายเป็นสาเหตุของการตัดไม้ทำลายป่า และทำลายชีวิตสัตว์ป่าเพราะการปลูกปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียและบนเกาะบอร์เนียวได้คุกคามชีวิตของอุรังอุตัง เสือ และแรด



