
สมบัติการรถไฟฯ
กรณีพิพาทระหว่างฝ่ายจัดการ ผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทยและพนักงานสังกัดสหภาพ แรงงาน ยังห่างไกลจากข้อตกลงซึ่งจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ หลังจากการประท้วง และข้อเรียกร้องให้เพิ่มประสิทธิภาพในงานซ่อมบำรุง ปรับปรุงระบบต่างๆ เพื่อให้ปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุ
ทั้งสองฝ่ายคงว่ากันไปเรื่องรายละเอียด แต่มีความพิสดารอยู่ที่ปัญหาด้านบริการในภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการมหาดไทย คุณถาวร เสนเนียม ไปหาทางประนีประนอม เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
คุณถาวรได้เจรจาให้พนักงานรถไฟกลับไปทำงาน ให้บริการตามปกติ แต่จู่ๆ ฝ่ายบริหารก็ออกคำสั่งไล่พนักงานออก 6 คน อ้างว่าเป็นหัวโจกในการยุยงให้พนักงานคนอื่นก่อหวอดประท้วง ผละงาน และสร้างความปั่นป่วน
เท่ากับทำให้ปัญหาที่น่าจะเจรจา ตกลงกันได้ ต้องยุ่งยากกว่าเดิม เพราะเพิ่มความรู้สึกด้านการเป็นปฏิปักษ์และความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายกรัฐมนตรี ไม่สั่งการให้รัฐมนตรีคมนาคมซึ่งรับผิดชอบโดยตรง เข้าไปจัดการ หรือเป็นเพราะสหภาพแรงงานดูทางออกว่ารัฐมนตรีซึ่งเป็นนักการเมืองต้องการอย่างไร
การสร้างเงื่อนไขให้ยุ่งยากกว่าเดิม คือการไล่พนักงานออก เป็นการหาข้ออ้างว่าต้องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ ตามที่สหภาพแรงงานกล่าวหาหรือไม่ เพราะการรถไฟฯ มีทรัพย์สินเป็นที่ดินมหาศาล มูลค่าเป็นแสนล้านบาท และเป็นเป้าหมายของการจ้องเขมือบโดยนักการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์
ทุกวันนี้ยังไม่มีท่าทีว่าใครจะรับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการบริหาร จนสะสมผลงานขาดทุน สร้างหนี้สินต่อเนื่องมากมายถึง 8 หมื่นล้านบาท
ที่น่าตกใจก็คือ ฝ่ายบริหารไม่ทำประกันอุบัติเหตุให้ขบวนรถไฟ และการให้บริการ และอุบัติเหตุตกรางที่เขาเต่า เสียหายประมาณ 100 ล้านบาท ยังไม่มีผู้รับผิดชอบความเสียหายทางการเงิน จึงเป็นสภาพน่าอนาถ
แม้แต่รถแท็กซี่ รถประจำทาง หรือรถร่วมต่างๆ ยังต้องมีประกันภัย!
ความเสียหายมากมายขนาดนั้น ในสังคมพัฒนาแล้ว รัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดขององค์กรต้องแสดงความละอาย รับผิดชอบ และ ลาออก
ทุกวันนี้ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เมื่อรัฐมนตรีไม่เขี่ยผู้ว่าฯ ออก ก็นิ่งเฉย และรัฐมนตรีทำเป็นไม่รู้เดียงสา เพราะนายกฯ ไม่ว่าอะไร ดังนั้นชาวบ้านจึงเห็นการเล่มเกมต่อไปเพื่อรักษาเก้าอี้และผลประโยชน์ของตัวเอง
ฝ่ายบริหารกล่าวหาสหภาพว่าเอาข้ออ้างเรื่องความไม่ปลอดภัยมากลบความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เขาเต่า ใกล้หัวหิน
สหภาพบอกว่า การรถไฟน ขาดการพัฒนาปรับปรุง ซ่อมบำรุงตามระยะเวลากำหนด อุปกรณ์สำคัญชำรุดเสียหาย ไม่ได้รับการซ่อม ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุสำหรับพนักงานและผู้โดยสาร
นายกฯ อภิสิทธิ์คงไม่อยากมีเรื่องกับรัฐมนตรีคมนาคม และคงไม่อยากให้สหภาพก่อหวอดประท้วงหรือหยุดงาน หรือมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจอื่นๆ เข้าร่วม จะทำให้ความมั่นคงของรัฐบาลมีปัญหา เข้าทางฝ่ายจ้องล้ม
ดังนั้นการป้ายสีจึงเป็นภารกิจหลัก ซึ่งชาวบ้านได้รับรู้จากสื่อ
วันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคม ได้เข้าชี้แจงแนวทางการฟื้นฟูแผนปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการของการรถไฟแห่งประเทศไทยกับคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร
จากนั้นก็บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการที่คุณถาวรลงไปเจรจากับกลุ่มสหภาพ การรถไฟฯ หาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินรถใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างว่าเป็นเรื่องปัญหาภายในกระทรวงคมนาคม ถ้ามีผลการเจรจาเป็นเงื่อนไขต่อรองกับกลุ่มสหภาพ กระทรวงคมนาคมไม่ขอรับรู้ด้วย
เห็นหรือยังว่าท่าทีเป็นอย่างไร! เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมไม่บอกนายกฯ หรือบอกคุณถาวรโดยตรง หรือรับเป็นหัวหอกเจรจาโดยตรงกับตัวแทนสหภาพ
นายโสภณบอกว่าผู้บริหารและฝ่ายการเมืองต้องแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยกฎระเบียบ ไม่มีทางประนีประนอม หรือทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ถ้าผู้ว่าการการรถไฟฯ สร้างความเสียหายในองค์กรก็ต้องปลดออก
คนก็อยากรู้ว่าจะปลดเมื่อไหร่! แต่ประเด็นนี้ไม่ได้อยู่ในห้วงคิด หรือถกกันเพื่อแก้ปัญหา! อ้างเพียงแต่ว่าระหว่างการแก้ไขปัญหาอาจต้องเจอความยุ่งยากบ้าง แต่เป็นเรื่องที่ต้องยอมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต
และก็ออกลายเดิม เมื่อบอกว่าขณะนี้การรถไฟฯ มีปัญหาเรื่องหนี้สินกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ที่ต้องหยุดการสร้างหนี้และหารายได้เพิ่มเติม โดยให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน
ป่านนี้พวกเสือหิวคงจ้องแบ่งสมบัติของการรถไฟฯ แล้วมั้งนิ! อิอิอิ!!!



