
เอาแบบนี้ดีไหม
เป็นเรื่องที่คาดคำนวณได้แต่แรกแล้วว่า ทันทีที่กระบวนการถอดยศ-เครื่องราชฯ ของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยอดปรารถนาของคนเสื้อแดงนั้น น่าจะมีอะไรต่อมิอะไรตามมาอีก
โดยเฉพาะการปลุกเร้ามวลชน !
นพดล ปัทมะ ทนายตาหวานของทักษิณ ถึงกับออกโรงตั้งแต่วันแรกว่า จะเป็นชนวนสร้างความแตกแยก
วันถัดมาทั้งแกนนำเสื้อแดง และฝั่งเพื่อไทย ต่างก็ออกมาตอกย้ำในทำนองเดียวกัน
ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตำรวจถามไปยังกฤษฎีกา และเมื่อพิจารณาแล้วกฤษฎีกาก็ส่งความเห็นกลับไปให้ตำรวจ
อันเป็นขั้นตอนตามปกติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องดำเนินการ เมื่อพบว่า มีตำรวจต้องคำพิพากษาจำคุก
แทนที่คนที่รักที่หลงทักษิณ จะพากันสมเพชเวทนา ในชะตากรรมที่เหมือนกับ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พลัดที่นา คาที่อยู่ แต่กลับมีคนไปปลุกไปเร้าให้บิดประเด็น เพราะรู้อยู่ว่า ยังมีชาวบ้านที่รักทักษิณอยู่ ให้คิดไปว่า ที่โดนอย่างนี้เพราะฝีมือการเมือง
ดูเหมือนว่า กฎกติกามารยาท ยุคนี้สมัยนี้มันคร่ำครึ เลวร้ายเสียยิ่งกว่าไดโนเสาร์ครองการเมืองไทยไปเสียอีก
ยุคนั้นสมัยนั้น ถึงจะโกงกิน บุฟเฟ่ต์คาบิเนตกันยังไง ความละอายมันก็ยังพอมีให้เห็น
ไม่ถึงขั้นบิดนั่น โยกนี่เพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวอย่างน่ารังเกียจเหมือนทุกวันนี้
เฉพาะ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รายนี้โยงใยไปถึงผู้นำอาเซียน 5 ประเทศ ไม่ได้เข้าร่วมเปิดประชุมอาเซียน ก็เลยทำให้รัฐบาลเสียหน้า เลยมาเอาคืน ทักษิณ ด้วยการถอดยศ
ท่าจะเป็นเอามาก !
โยงใยเรื่องราวจับแพะชนแกะกันจนมั่วไปหมด
เพราะกระบวนการในเรื่องนี้มันชัดเจนอยู่แล้วว่า สตช.เป็นฝ่ายตั้งต้นนับหนึ่ง และมีข้อข้องใจเรื่องข้อกฎหมาย จึงได้ไถ่ถามไปยังกฤษฎีกา แต่เผอิญว่า ผลมันผ่ามาออกในช่วงนี้...ก็แค่นั้น !
ไม่รู้ว่า "เลือดเข้าตา" หรือว่าแดงมันเข้มเกินไปหรืออย่างไร คำอธิบายถึงได้พยายามชี้นำไปในทิศทางนั้น
ทั้งที่รู้ดีว่า ที่เรื่องราวมันออกมาเช่นนี้ ก็เพราะทักษิณปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ปฏิเสธที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ตัวเอง ด้วยการไปต่อสู้ในชั้นศาล จนกระทั่งมีคำพิพากษาออกมา
เอะอะก็ชุมนุม เอะอะก็รุนแรง เอาแบบนี้ดีไหม ถ้างั้นบัญญัติกันใหม่เลย ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย หรือหลักการใดๆ ถ้าเป็นผลลบต่อทักษิณ ต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นความไม่ชอบธรรม
ดูซิว่าความรุนแรงมันจะมีไหม เลือดมันจะนองแผ่นดินหรือเปล่า



