ข่าว

ชวรัตน์ไม่หวั่นราเกซแฉเบื้องหลังกลุ่ม16มีเอี่ยว

ชวรัตน์ไม่หวั่นราเกซแฉเบื้องหลังกลุ่ม16มีเอี่ยว

30 ต.ค. 2552

"ชวรัตน์" ไม่หวั่น "ราเกซ"แฉเบื้องหลัง "กลุ่ม 16" มีเอี่ยวคดีแบงก์บีบีซี. ชี้อย่าตีตนไปก่อนไข้ แนะให้รอฟังคำให้การ อดีตพนักงานแบงก์บีบีซีเชื่อสาวไม่ถึงตัวการใหญ่

 (30ต.ค.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายราเกซ สักเสนา อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ ประกาศแฉนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตธนาคารบีบีซี. ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเล่นการเมืองด้วยซ้ำ จึงไม่มีความเห็น

 เมื่อถามว่าเกรงว่าข้อมูลที่นายราเกซจะแฉจะส่งผลกระทบต่อแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่เป็นกลุ่ม 16 เดิม หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ต้องรอดูข้อมูลที่เขาจะแฉก่อน การจะพูดอะไรต้องมีหลักฐาน นายราเกซก็ต้องเอาหลักฐานมาแสดงว่าเกี่ยวข้องกับใคร หากไม่มีหลักฐานตามสามัญสำนึกก็อาจจะต้องฟ้องกลับหากเป็นเรื่องไม่จริง อย่างไรก็ตามนายราเกซ เป็นนายธนาคาร ทำงานเกี่ยวกับผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่เกี่ยวพันแค่ 10 กว่าคน และธนาคารบีบีซี ก็ไม่ใช่ธนาคารเล็กๆ

 เมื่อถามว่าหลังการพบปะกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ในงานกฐินเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ได้หารือเรื่องนี้หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า อย่าตีตนไปก่อนไข้ รอให้นายราเกซให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าคำให้การออกมาในลักษณะใด

 เมื่อถามว่า นายราเกซอาจกล่าวหากลุ่ม 16 อยู่เบื้องหลังการทุจริตบีบีซี. นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น และตนไม่ได้มองว่าจะโยงเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะทำให้การทำงานของพรรคภูมิใจไทยสะดุดหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่น่ามีอะไร เพราะการกลับมาของนายราเกซ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความผิดคดีฉ้อโกง

อดีตพนักงานแบงก์บีบีซีเชื่อสาวไม่ถึงตัวการใหญ่

 นายวิศิษฎ์ รัตนรักษ์ อายุ 47 ปีอยู่บ้านเลขที่ 15/3ถ.เทศบาล1 ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) สาขา อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ช่วงที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับธนาคารนั้น ทางพนักงานไม่ทราบเรื่องคิดแต่ว่าเป็นปัญหาภายในจึงไม่มีใครทราบพนักงานทุกคนก็ทำงานตามปกติ แต่ต่อมาก่อนธนาคารปิด 3 เดือน ได้รับแจ้งจากธนาคารสำนักงานใหญ่ว่าจะปิดธนาคาร ให้พนักงานทุกคนได้สะสางงานที่ค้างทั้งหมด

 ทุกคนรู้สึกตกใจไม่ทันได้ตั้งหลัก หลังจากตกงานกลับมาอยู่บ้านทำใจกว่า 1 เดือน ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร จึงได้ตั้งหลักหาอาชีพเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว เพื่อนๆ พนักงานที่ตกงานต่างคนต่างดิ้นรนกันไปหางานทำ โชดดีที่มีครอบครัวเป็นกำลังใจให้ต่อสู้ จึงได้หันมาค้าขายตามตลาดนัดตามทุนที่มีอยู่ ขายถุงเท้านักเรียน ถุงมือ รายได้ก็พออยู่พอใช้ ที่ต้องหันมาประกอบอาชีพค้าขายนั้นเพราะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่รับ เพื่อนๆ พนักงานที่ได้รับผลกระทบด้วยกัน บางคนครอบครัวต้องแตกแยก บางคนเสียชีวิตเพราะเกิดอาการเครียดจากการตกงาน    

 สำหรับในกรณี นายราเกซ นั้นทำผิดก็ต้องรับโทษ แต่คิดว่าตัวการใหญ่อาจจับไม่ได้ เพราะถึงขนาดแบงก์ล้ม จะต้องมีขบวนการอย่างแน่นอน แต่คงสาวไปไม่ถึงคงจะหยุดแค่นี้    

 นายวิศิษฎ์ ยังได้วอนขอให้ทางรัฐบาลได้ช่วยเหลือพนักงานที่ต้องตกงานจากที่แบงก์ล้มเพราะสภาพความเป็นอยู่แย่มากต้องตกงาน บางคนล้มละลายก็มี จึงอยากให้รัฐบาลได้ดูแลช่วยเหลือบ้าง