
มท. ชี้แจงกรณีเรียกร้องผลกระทบการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีเรียกร้องผลกระทบจากการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่กระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีเครือข่ายวิชาการสร้างเมืองเพื่อทุกคนร่วมกับเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเรียกร้องให้คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งรัดจัดประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกว่า 3 แสนราย มีผู้ค้าจำนวนมากได้รับผลกระทบจนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีแหล่งค้าขายใหม่รองรับที่เหมาะสม
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมตามข้อเรียกร้องดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรับทราบแล้ว รวมทั้งได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมประจำจังหวัดแล้วรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจัดระเบียบสังคมในแต่ละด้านก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการบรรเทาผลกระทบฯ คณะใหญ่โดยหลังจากที่ทุกจังหวัดได้รายงานการดำเนินการจัดตั้งคณะอนุกรรมการฯมาครบถ้วนแล้วจะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ เพื่อชี้แจงแนวทาง นโยบาย ที่จะดำเนินการในการจัดระเบียบสังคมด้านต่าง ๆ ต่อไป
สำหรับในแต่ละจังหวัด ก็จะมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น การจัดระเบียบทางเท้า หาบเร่แผงลอย การใช้ที่สาธารณะ ถนน หรือแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น
กรณีคนเมืองได้พูดในลักษณะในการกดดันร้านค้าหรือเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีบทบาทดูแลเมืองหยุดการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับหาบเร่แผงลอยในแง่ลบ เช่น อาหารสกปรก เพราะเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้เลวร้ายลงไปอีกนั้น กระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานจากกรุงเทพมหานครว่า มิได้พูดในลักษณะเช่นนั้น แต่เป็นการพูดในลักษณะขอความร่วมมือ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ร้านค้าโดยเฉพาะร้านอาหารมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ เพราะหากร้านค้าและถนนหนทางสะอาดก็จะช่วยป้องกันสัตว์ที่จะเป็นพาหะนำโรค มิได้ไปซ้ำเติมผู้ค้าขายแต่อย่างใด และด้านของสถานที่สำหรับจำหน่ายสินค้านั้น ทางกรุงเทพมหานครยืนยันว่า ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้ค้าและประชาชนโดยทั่วไป จึงได้ดำเนินมาตรการผ่อนปรน ด้วยการจัดสถานที่ไว้ให้ใหม่ ทั้งจุดที่เป็นสถานที่อนุโลมหลายพื้นที่ด้วยกัน รวมทั้งจัดสรรพื้นที่ตลาดประชารัฐต่าง ๆ รองรับผู้ค้า ซึ่งผู้ค้าหลายรายอาจไม่ได้ไปลงทะเบียน
โดยกรุงเทพมหานครยืนยันว่า ในปัจจุบันยังมีพื้นที่อนุโลมเพื่อที่จะดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนกลุ่มดังกล่าวอยู่ ได้แก่
1) อนุโลมให้ผู้ค้าสามารถค้าขายได้ในถนนสายรองและซอยย่อยไปพลางก่อน โดยต้องปฏิบัติตนบนความเป็นระเบียบและสุขอนามัยในกรณีจำหน่ายอาหาร เช่น การอนุโลมให้ขายในซอยย่อยของถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน ถนนสีลม บริเวณส่วนในสุดของพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และในซอยแยกย่อยของถนนทองหล่อ (สุขุมวิท55) เป็นต้น
2) ในกรณีผู้ค้าแขวนขายสินค้าบนประตูของร้านค้าที่ปิดทำการค้าประจำวันแล้ว แม้จะล้ำเข้ามาในทางเท้าเล็กน้อยบ้างก็ตามกรุงเทพมหานครได้ผ่อนปรนและอนุโลม
3) อนุโลมให้ผู้ค้าประเภทอาหารสามารถขายอาหารบนทางเท้าเพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้ออาหารในราคาย่อมเยารับประทานได้ เช่น บนถนนคอนแวนต์ (แยกจากถนนสีลม) ซอยอารีย์สัมพันธ์ (ถนนพหลโยธิน) เชิงสะพานหัวช้าง (ถนนพญาไท) เชิงสะพานเหลือง (ถนนพระราม4) วัดแขก (ถนนสีลม) ถนนสุสาน (แยกจากถนนสีลม) และสะพานลอยถนนกิ่งเพชร (แยกจากถนนเพชรบุรี) เป็นต้น



