ข่าว

หญิงคริสต์พ้นผิดหมิ่นอิสลามหลังเป็นนักโทษประหาร 8 ปี 

หญิงคริสต์พ้นผิดหมิ่นอิสลามหลังเป็นนักโทษประหาร 8 ปี 

31 ต.ค. 2561

ศาลสูงปากีสถานมีคำตัดสิน ให้นางอาเซีย บิบี สตรีคริสเตียน พ้นจากความผิดในข้อหาหมิ่นศาสนา คดีที่จุดความแตกแยกอย่างหนักในประเทศ 

 

                    วิบากกรรมของบิบี แม่ลูกห้านับถือศาสนาคริสต์  หรือชื่อจริง อาเซีย นอรีน วัย 53 ปี เริ่มขึ้นในปี 2552 เธอกำลังทำงานเก็บผลไม้ในสวน และมีปากเสียงกับลูกจ้างหญิงมุสลิม 2 คนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เกี่ยวกับการดื่มน้ำจากกระติก ทั้งคู่ไม่ยอมดื่มน้ำจากแก้วเดียวกับที่นางบิบีใช้ก่อน อ้างว่าจะทำความศรัทธาของพวกเธอแปดเปื้อน  ต่อมา หญิงมุสลิมคู่กรณีเข้าแจ้งความว่า นางบิบีพูดหมิ่นศาสดามูฮัมหมัด และคัมภีร์อัลกุรอานระหว่างมีปากเสียงกัน 

  

                   นางบิบี ถูกตัดสินมีความผิดฐานหมิ่นศาสนา และถูกตัดสินลงโทษประหารในปี 2553 

                    ในชั้นอุทธรณ์ 4 ปีต่อมา ศาลในเมืองลาฮอร์มีคำพิพากษายืน จำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลสูงพลิกคำตัดสินเมื่อ 8 ตุลาคม และผู้พิพากษาก็เห็นพ้องกับจำเลยที่ว่าไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ไม่มีการเปิดข้อเท็จจริงทั้งหมดในระหว่างการพิจารณาคดี หลักฐานไม่มีน้ำหนัก และคำสารภาพก็มีขึ้นต่อหน้าฝูงชนที่ขู่ฆ่า

                     คำพิพากษาของศาลสูง หยิบยกประวัติศาสตร์อิสลามและคัมภีร์อัลกุรอานมาประกอบ ปิดท้ายด้วยคำสอนของศาสดามูฮัมหมัดที่เรียกร้องให้ชาวมุสลิมปฏิบัติต่อคนต่างศาสนิกด้วยการเมตตา 

                    ศาลสั่งปล่อยตัวทันที ทำให้เธอได้รับอิสรภาพหลังจากเป็นนักโทษประหารนาน 8 ปี 

                     ซาอิฟ อุล มูลุก ทนายของนางบิบี กล่าวว่า คำพิพากษาแสดงให้เห็นว่า ยังมีความยุติธรรมให้กับคนจน คนกลุ่มน้อยและฐานะต่ำเตี้ยที่สุดในสังคมในประเทศนี้ นี่เป็นวันที่เขามีความสุขมากที่สุดในชีวิต 

 

หญิงคริสต์พ้นผิดหมิ่นอิสลามหลังเป็นนักโทษประหาร 8 ปี 

 

                    ขณะที่ทางการคุมเข้มรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงอิสลามาบัด หลังกลุ่มสุดโต่งประกาศประท้วงหากศาลไม่ยืนคำตัดสินแขวนคอ และขณะนี้ก็ออกมาประท้วงกันแล้วในหลายเมือง 

                    คดีแม่ชาวคริสต์ในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม อยู่ในความสนใจกลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลก สมเด็จพระสันตปาปาจอห์น เบเนดิกต์ที่ 16 เคยเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอในปี 2556 และในปี 2558 ลูกสาวของเธอก็เคยเข้าเฝ้าสมเด็พระสันตปาปาฟรานซิส ประมุขนิกายแคทอลิกองค์ปัจจุบัน 

                    หมิ่นศาสนาเป็นเรื่องอ่อนไหวในปากีสถาน และเป็นความผิดที่มีโทษถึงประหาร แต่ก็ยังไม่เคยมีใครถูกประหารจริง กระนั้น ข้อกล่าวหาลอยๆบางครั้งนำไปสู่การก่อม็อบรุมประชาทัณฑ์หรือตั้งศาลเตี้ย มีผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงเกี่ยวข้องกับข้อหาหมิ่นศาสนาอย่างน้อย 74 คนนับตั้งแต่ปี 2533