ข่าว

อลงกรณ์ ประกาศสร้างรัฐบาล-ราชการสีขาวใช้กฎเหล็กปราบคอรัปชั่น

อลงกรณ์ ประกาศสร้างรัฐบาล-ราชการสีขาวใช้กฎเหล็กปราบคอรัปชั่น

30 ต.ค. 2561

อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประกาศสร้างรัฐบาลสีขาว ราชการสีขาวใช้กฎเหล็กปราบคอรัปชั่น 5 ข้อออกกฎหมายลงทัณฑ์ 3 ชั่วโคตร

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าววันนี้ (30ตค.) ว่า กรณีเพลงประเทศกูมีสะท้อนมุมร้ายมุมลบเกี่ยวกับปัญหาที่สะสมหมักหมมแม้จะไม่ได้บอกกล่าวถึงด้านดีด้านบวกของประเทศซึ่งตนคิดว่ายังเป็นการมองประเทศเพียงด้านเดียวแต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรรับฟังเป็นอุทาหรณ์และหาทางแก้ไขปัญหา 

 

ดังนั้นในฐานะที่ตนทำงานด้านปราบคอรัปชั่นตั้งแต่ปี 2545 ในฐานะประธานตรวจสอบทุจริตของพรรคประชาธิปัตย์และทำงานเรื่องการปฏิรูปตั้งแต่เสนอปฏิรูปพรรคในปี 2556 จนถึงการการทำหน้าที่ในสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศระหว่างปี 2557-2560 จนมาสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จึงมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาใหญ่ของประเทศคือการคอรัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวงของภาคเอกชนภาครัฐและภาคการเมืองซึ่งจะใช้กฎเหล็กปราบคอรัปชั่น 5 ข้อเป็นนโยบายและมาตรการหลักของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้แนวทางการเมืองสีขาวและจะเป็นนโยบายของรัฐบาลสีขาวหากชนะเลือกตั้ง ประกอบด้วย ปราบคอรัปชั่นเฉียบขาด ออกกฎหมายลงทัณฑ์อาญายึดทรัพย์ฯ 3 ชั่วโคตร เพราะการคอรัปชั่นคืออันตรายร้ายแรงที่สุดของประเทศเหมือนมะเร็งร้าย จึงต้องตรากฎหมายลงทัณฑ์อาญาสูงสุดและยึดทรัพย์ 3 ชั่วโคตร

 

เพื่อป้องกันการรับผลประโยชน์โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ เป็นข้อห้ามที่รวมไปถึงข้าราชการทุกระดับ, เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ, องค์การมหาชน, รัฐมนตรี, ส.ส., ส.ว., รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เข้ามาทำกิจการร่วมกับรัฐบาล โดยกฎหมายนี้แตกต่างจากกฎหมาย ป.ป.ช.ที่เน้นเอาผิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่เรื่องของผลประโยชน์ขัดกันนั้นยังไม่มีข้อห้าม กฎหมายดังกล่าวจะทำให้คนเกรงกลัวการทุจริตมากยิ่งขึ้น เรียกชื่อกฎหมายนี้ว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ( Conflict of interest )

 

ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์มาบังคับกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 4 ตำแหน่ง คือ ส.ส., ส.ว. รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ฉบับปี 2540 และต่อเนื่องมาถึงฉบับปี 2550 แต่ยังไม่ได้บังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท นอกจากนี้กฎหมายใหม่จะกำหนดด้วยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ด้วยการลาออกหรือเกษียณอายุยังไม่เกินสองปีห้ามทำงานในภาคเอกชนที่เกี่ยวกับกิจการงานทางวิชาชีพโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหรืออยู่ในความดูแลของตนในระหว่างวาระการดำรงตำแหน่งหน้าที่ ขจัดการซื้อขายตำแหน่งและระบบอุปถัมภ์ในวงราชการโดยใช้หลักคุณธรรมยึดหลักเกณฑ์อาวุโสเคร่งครัดแบบศาลยุติธรรมในการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยเฉพาะการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เป็นการคืนความยุติธรรมให้เจ้าหน้าที่รัฐที่จะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานการงานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการบริการประชาชนและทำงานให้ประเทศชาติ

การดูงาน การเดินทาง การเลี้ยงรับรอง และ การประชุมในประเทศและต่างประเทศของหน่วยงานใดต้องคุ้มค่าเป็นประโยชน์ใช้จ่ายมัธยัสถ์คำนึงถึงภาษีของประชาชน หากตรวจพบหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามจะลงทัณฑ์หัวหน้างานและหัวหน้าหน่วยทันที และห้ามใช้เวลาราชการและรถหลวงไปรับไปส่งผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใดคณะใดเว้นแต่เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่โดยตรงเท่านั้น 


ร่วมมือกับเครือข่ายต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนและภาคประชาชนตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและครอบครัวที่ใช้ชีวิตความเป็นอยู่เกินฐานะตำแหน่งและรายได้เพื่อแจ้งให้ปปท.และปปช.สอบสวนถึงที่มาของรายได้และทรัพย์สินโดยคณะรัฐมนตรีต้องรายงานต่อรัฐสภาทุกสมัยประชุม


ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะให้ รัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคมอบหนังสือลาออกล่วงหน้ามอบให้กับคณะกรรมการคุณธรรมเมื่อมีการทุจริตประพฤติมิชอบต้องสอบสวนวินิจฉัยภายใน36ชั่วโมงหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าทุจริตต้องเอาออกทันทีไม่ต้องให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ และกรณีที่หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีให้แจ้งพรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดำเนินการเช่นเดียวกันหากไม่ปฏิบัติตามให้เอาพรรคการเมืองนั้นออกจากพรรคร่วมรัฐบาลทันทีถ้าต้องยุบสภาให้ประชาชนตัดสินให้ยุบสภาเลือกตั้งโดยทันที

“ผมเชื่อว่ากฎเหล็กปราบคอรัปชั่น5ข้อจะสามารถขจัดการทุจริตขจัดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างฉับพลันทันทีโดยต้องมีผู้นำที่มีความเด็ดขาดกล้าปฏิรูปกล้าทำทันที่โดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมและด้วยนโยบายรัฐบาลสีขาวราชการสีขาวเช่นนี้จะทำให้พรรคสามารถสร้างศรัทธาประชาชนสู่ชัยชนะที่ยั่งยืนและแก้ปัญหาคอรัปชั่นของประเทศได้อย่างแท้จริง”