
กทม.ถกผู้ว่าฯสุรินทร์-บุรีรัมย์แก้นายทุนค้าช้าง
กทม.ถกผู้ว่าฯสุรินทร์ - บุรีรัมย์ แก้ปัญหานายทุนค้าช้าง ธีระชน รับเป็นเรื่องยากต้องอาศัยรัฐบาลช่วยเหลือ
(30ต.ค.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการนำช้างเร่ร่อนหากินในเมืองหลวงว่าต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวควบคุมการนำช้างในจังหวัดออกไปนอกพื้นที่เพื่อเร่ร่อนหาเงิน เพราะตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2549 ได้ระบุว่าหน่วยงานที่มีเกี่ยวข้องจะต้องร่วมรับผิดชอบในกรณีมีช้างในจังหวัดออกไปนอกพื้นที่ ซึ่งจากสถิติช้างที่จับได้ในกทม. พบว่า เป็นช้างที่มาจากจ.สุรินทร์และจ.บุรีรัมย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากมีการตรวจพบอีกผู้บริหารจังหวัดต้องร่วมรับผิดชอบ เบื้องต้นตนเห็นว่าต้องมีการควบคุมไม่ให้นำช้างออกจากพื้นที่
ส่วนปัญหาที่ควาญช้างที่ยากจนนำช้างออกไปเร่ร่อนนั้น ตนเตรียมเสนอทางออกเบื้องต้นคือ 1. หากไม่มีอาหาร ต้องรณรงค์ให้ประชาชน หรือเด็กในท้องถิ่นทำอาชีพปลูกพืชอาหารช้าง และ 2. ต้องให้ควาญช้าง หรือ ครอบครัวมาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ในแต่ละวันนอกจากการเลี้ยงช้าง
ทั้งนี้จากสถิติช้างที่จับได้ในกทม. ยังพบว่ามีเอกสารซึ่งเป็นสัญญาซื้อขาย เชือกละ 300,000-650,000 บาท ซึ่งถือว่าคนที่นำช้างออกมาเร่ร่อนนั้นเป็นกลุ่มคนที่ฐานะร่ำรวย ดังนั้นต้องมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลดังกล่าวไปสู่สาธารณะเพื่อเรียกร้องอย่าซื้ออาหารให้ช้าง เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนคนรวยที่ทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดีประเด็นดังกล่าวตนจะได้หารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และจ.บุรีรัมย์ด้วย เพื่อตัดตอนกลุ่มนายทุนค้าช้าง
ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหาในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นต้องอาศัยการทำงานร่วมกับรัฐบาล ซึ่งภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 52 ที่ยกระดับการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนเป็นการแก้ไขระดับชาติแล้ว จากการติดตามพบว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการตั้งกรรมการแก้ไข พร้อมมอบเงินสนับสนุนโครงการนำช้างคืนถิ่นจำนวน 22 ล้านบาทด้วย ทั้งนี้คาดว่าภายใต้งบประมาณดังกล่าวจะนำช้างเร่ร่อนเข้าสู่โครงการได้จำนวน 169 เชือก



