ข่าว

ปิดคุกนครปฐม ! โชว์มาตรฐานแดนพยาบาล

ปิดคุกนครปฐม ! โชว์มาตรฐานแดนพยาบาล

30 ต.ค. 2561

เปิดคุกนครปฐม โชว์มาตรการคัดกรองโรค-นักโทษสุขภาพดี ระบบสธ.ช่วยลดเจ็บป่วยในคุก 62 ดีเดย์ห้ามขายบุหรี่ในเรือนจำ มั่นใจคุมการแพร่ระบาดโรค

 

               30 ตุลาคม 2561 เรือนจำกลางนครปฐม นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค 

 

               ได้ร่วมกันตรวจเยี่ยมเรือนจำกลางนครปฐม เพื่อติดตามผลการดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง และการป้องกันโรคภายในเรือนจำให้ได้มาตรฐานตามนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนด้านสาธารณสุข

 

               พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ปัจจุบันราชทัณฑ์มีจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศรวม 378,214 คน จากความจุเรือนจำปกติที่รองรับได้เพียง 122,000 คน จำนวนผู้ต้องขังที่สูงเกินขีดความสามารถในการรองรับ ทำให้เกิดปัญหาความแออัดและทำให้การควบคุมโรคติดต่อภายในเรือนจำทำได้ยาก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่, ตาแดง, วัณโรค, เอดส์ และการดูแลผู้ต้องขังที่ป่วยจิตเวช ซึ่งระบบสาธารณสุขที่เข้ามาดูแลด้านสุขอนามัยของผู้ต้องขัง ทำให้ลดการเจ็บป่วย

 

              โดยเรือนจำไม่ต้องเสียกำลังเจ้าหน้าที่คุมตัวนักโทษออกไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลภายนอก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาแหกหักหลบหนี และปัจจุบันแดนพยาบาลมีแพทย์ประจำ และแพทย์ห้วงเวลา (พาร์ททาม) เข้ามาตรวจรักษา โดยเรือนจำสามารถดูแลนักโทษที่ป่วยเป็นโรคไต, เบาหวาน, หัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง รวมถึงให้บริการทันตกรรมถอนฟัน ขูดหินปูนได้ตามสิทธิบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่นเดียวกับบุคคลภายนอก

 

ปิดคุกนครปฐม ! โชว์มาตรฐานแดนพยาบาล

 

             อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เดือนม.ค.62 เป็นต้นไป เรือนจำทั่วประเทศจะห้ามจำหน่ายบุหรี่ตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลให้นักโทษในเรือนจำทุกรายต้องเลิกบุหรี่เด็ดขาด โดยระหว่างนี้ได้สั่งการให้ทุกเรือนจำเตรียมความพร้อมในการให้ความรู้ สร้างแรงจูงใจในการเลิกบุหรี่

 

             เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเดินหายใจ ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจากญาติผู้ต้องขังทุกรายสนับสนุนให้เรือนจำดำเนินการตามนโยบายเลิกบุหรี่ เพราะช่วยให้ญาติประหยัดเงินค่าบุหรี่ นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้ทางเรือนจำดูแลความสะอาดและสุขภาวะด้านโภชนาการอย่างเข็มงวด ที่ผ่านมาจะเห็นว่าในเรือนจำไม่มีโรคอหิวาต์

 

             นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สภาพพื้นที่ที่แออัดในเรือนจำทำให้เกิดโรคติดต่อหลายโรค โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเดินหายใจ, หัด และตาแดง ซึ่งผู้ต้องขังมีความจำเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป เพราะเป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทยที่จะในการดูแลสุขภาพ โดยสาธารณสุขได้เฝ้าระวังโรค และควบคุมพื้นที่ในเรือนจำให้เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ ห้ามจำหน่ายบุหรี่

 

            รวมถึงพัฒนาระบบบริการในเรือนจำ เช่น จุดคัดกรองโรคเมื่อผู้ต้องขังเข้าเรือนจำครั้งแรก หรือย้ายเรือนจำจะมีการตรวจโรคทุกครั้ง รวมถึงการส่งต่อกรณีผู้ต้องขังที่ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยของผู้ต้องขังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมามีการตรวจพบโรคในเรือนจำได้เร็วขึ้นเท่าตัวจาก 1,500 คน เป็น 3,700 คน ทำให้รักษาโรคได้เร็วขึ้น อีกทั้งระบบการจ่ายยาที่ดี สามารถให้ยากับผู้ต้องขังได้ทุกระดับ