
วิกฤติ ! ยะลาหัดระบาดหนักเด็กป่วยเพิ่มขึ้น
วิกฤติ ! ยะลาหัดระบาดหนักเด็กป่วยเพิ่ม 859 คน เสียชีวิต 10 คน ปัญหาเกิดจากผู้ปกครองบางชุมชนยังไม่ยอมรับวัคซีน แม้เจ้าหน้าที่จะทำความเข้าใจทำควบคุมยาก
30 ตุลาคม 2561 ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC)อำเภอเบตง จ.ยะลา นำโดยนายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง แพทย์หญิงปัทมา พันธ์อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง
นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ รพ.สต.อัยเยอร์เวง ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต.อัยเยอร์เวง ได้ร่วมกันออกรณรงค์เคาะประตูบ้าน เพื่อนำบุตรหลานมาฉีดวัคซีน ที่บ้านนากอ หมู่ที่ 9 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา โดยมีเด็กต่ำกว่า 5 ปี มารับการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 75 ราย กับเจ้าหน้าที่และที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านอัยเยอร์เวง เพื่อป้องกันโรคหัด ซึ่งกำลังระบาดในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดยะลา โดยขณะนี้มีผู้ป่วยแล้วกว่า 859 คน และเสียชีวิต 10 คน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.- 27 ต.ค. 61 ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือน ถึง 5 ปี และไม่เคยรับวัคซีนมาก่อน
นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า หลังมีการรณรงค์ถึงหัวบันไดบ้าน เพื่อให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานมาฉีควัคซีน จนทำให้มีผู้ปกครองได้พาเด็กมาฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นจนครบเป้าหมาย 571 คน ครอบคลุม 88.97% แต่สิ่งที่ยังกังวลคือ ผู้ปกครองบางชุมชน ยังไม่ยินยอมให้เด็กมารับวัคซีน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้อธิบายถึงโรคหัดที่มักเกิดขึ้นกับเด็ก และพบมากสุดในกลุ่มอายุ 0-4 ปี ซึ่งก็หายได้เอง แต่อาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หูอักเสบ ปอดอักเสบ สมองอักเสบ จนทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
สำหรับชาวมุสลิมที่เชื่อว่าผิดหลักศาสนานั้น ได้มีคำวินิจฉัยของจุฬาราชมนตรีและองค์กรระดับนานาชาติยืนยันตรงกันว่า สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยไม่ขัดต่อหลักศาสนา ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรพาลูกไปรับการฉีดวัคซีนตามนัด และอนุญาตให้ลูกรับวัคซีนตามรอบที่โรงเรียน เพื่อควบคุมการระบาดของโรคในขณะนี้ และป้องกันการระบาดอีกในอนาคต



