
ทนาย'IFEC'วอนทุกฝ่ายนิ่งให้รอคำตัดสินศาลล้มละลาย
ทนาย 'IFEC' ร้องขอทุกฝ่ายหยุดนิ่ง รอฟังคำตัดสินศาลล้มละลายกลาง มั่นใจพิจารณาบนข้อเท็จจริงของทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรมวอนอย่าใช้มวลชนกดดันดุลยพินิจศาล
29 ตุลาคม 2561 นายประสิทธิ์ วงศาสวัสดิ์ ทนายความ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้ถือหุ้นสามัญ ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ถือตัวแลกเงินของIFEC อย่ารวมตัวก่อม็อบกดดันการใช้ดุลพินิจของศาลล้มละลายกลาง ในการพิจารณาคดีที่เจ้าหนี้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ IFEC เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งการกระทำอาจเข้าข่ายหมิ่นศาลและคดีหมิ่นประมาทได้
นายประสิทธิ อธิบายว่า จากเท็จจริงหลายประการที่มีผู้นำไปบิดเบือนเพื่อสร้างความเสียหายแก่ IFEC โดยเห็นว่าความจริงหลายเรื่องต้องพิสูจน์ในศาล ประกอบด้วย 1.กรณี นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ถูกกลุ่มคนอุ้มตัวไปข่มขู่ให้ขายหุ้นและเซ็นต์ใบลาออก ซึ่งได้แจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามไว้แล้ว 2.เรื่องของกรรมการเอง มีผู้ถือหุ้นร้องไปยัง กลต.และฟ้องศาลซึ่งศาลรับเป็นคดีไว้แล้ว เรื่องการจดกรรมการเหลือ 3 คน ต้องประกันตัวสู้คดี 3.หากกรรมการเดิมที่มีถึง 6 คน ได้มีโอกาสทำงาน ทุกอย่างคงแก้ไขได้มากกว่านี้และปัญหาคงไม่บานปลาย 4.เรื่องการขัดขวางเป็นการกล่าวอ้างแต่ฝ่ายเดียว ข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ และอยู่ในคดีฟ้องร้องอีกคดี 5.เรื่องปัญหาภายในบริษัทไม่มี มีแต่จากภายนอก ขณะนี้ยังพยายามรังแกพนักงานที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ทุกคนมีครอบครัวต้องดูแล
6.เรื่องปัญหาหนี้สิน เกิดมาจากการขาดสภาพคล่องตั้งแต่ปลายปี 2559 เพราะกรรมการที่ได้รับเลือกมาบางท่านไม่ยอมประชุมแก้หนี้ อีกทั้งข่าวการครอบงำกิจการได้สร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ 7.หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ในขณะที่กรรมการที่มีอยู่แต่ทำงานไม่ได้ เพราะไม่มีประธานจะไม่สามารถเดินมาได้ถึงปัจจุบัน 8.เรื่องการตรวจ กลต. มีการนำเอกสารออกไปตรวจจำนวนมาก ขณะนี้ยังรอความคืบหน้าจากเรื่องดังกล่าว และก่อให้เกิดเอกสารหายไปจำนวนมาก 9.หลายเรื่องเมื่อสู่ศาลแล้ว ก็จะถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่ศาลต้องพิจารณาหลักฐานประกอบ จึงขอให้ฟังจากศาล และ10.เรื่องการทุจริตที่อยู่ในกระบวนการถูกดำเนินคดีแล้ว หากคดีใดไม่เป็นความจริงคงต้องยอมรับมิใช่กล่าวหาโดยไม่มีมูล ส่วนผู้บริหารปัจจุบันที่โดนฟ้องร้องในขณะนี้ มาจากปกป้องทรัพย์สินของบริษัท โดยเฉพาะเรื่องโรงแรมดาราเทวี
นายประสิทธิ บอกอีกว่า ที่สำคัญการฟ้องฟื้นฟูครั้งนี้มาจากเจ้าหนี้ให้โอกาสในการคืนหนี้ เพราะหากจะฟ้องล้มละลายย่อมทำได้ แต่จากการที่ได้สอบถามทนายความที่ทำคดีระบุว่า เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อเจ้าหนี้ทุกราย อีกทั้งลูกหนี้ได้มีโอกาสแก้ตัว เท่าที่ทราบทางเจ้าหนี้มีพันธมิตรที่จะนำข่าวดีมาให้ เพราะหากปล่อยไว้เช่นเดิมจะพบกับความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการปลุกปั่นจากกลุ่มไม่หวังดี
“จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวด้วยกฎหมู่กดดันการใช้ดุลพินิจของศาลล้มละลายกลาง ควรรอการวินิจฉัยและออกคำสั่งของศาลฯก่อน รวมทั้งให้ระมัดระวังการตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่พยายามยึดบริษัทเพื่อกลับไปปกปิดทำลายหลักฐานการทุจริต ที่คนเหล่านี้ตกเป็นจำเลย หลังศาลประทับรับฟ้องเพราะคดีมีมูลความผิดงอยู่หลายคดี” นายประสิทธิ์ กล่าวย้ำ



