
ทนาย"ราเกซ"แจงพร้อมสู้คดีในไทย
ทนายความ ระบุ ลูกความมั่นใจพร้อมต่อสู้คดีในประเทศไทย แต่ยังกังวลเรื่องที่จะถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติม ย้ำเดินทางถึงไทยคืนวันศุกร์นี้
(30ต.ค.) นางลินซ์ แคนติน โฆษกกระทรวงยุติธรรมแคนาดาแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า ได้ส่งตัวนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี ผู้ต้องหาร่วมกับผู้บริหารธนาคาร ยักยอกทรัพย์ธนาคาร กว่า 2,000 ล้านบาท ให้เจ้าหน้าที่ไทยแล้วและเขากำลังเดินทางกลับไทย ปิดฉากการดำเนินคดีเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนาน 13 ปี ซึ่งเป็นคดีที่ยาวนานที่สุดคดีหนึ่งของแคนาดา
ด้านนายอมันทีป ซิงห์ ทนายความชาวแคนาดาของนายราเกซ กล่าวว่า ตำรวจแคนาดาส่งตัวนายราเกซให้ตำรวจไทยที่ท่าอากาศยานนานาชาตินครแวนคูเวอร์ในบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เขากำลังเดินทางกลับไทยผ่านทางจีน และจะถึงไทยคืนวันศุกร์ หลังจากศาลฎีกาแคนาดา มีคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดี ไม่รับอุทธรณ์ของเขา กรณีที่จะไม่ให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย
นายซิงห์ กล่าวด้วยว่า นายราเกซยอมรับคำตัดสินของศาล และพร้อมจะต่อสู้คดีที่ไทย ส่วนกรณีที่เคยวิตกก่อนหน้านี้ว่า ไทยอาจตั้งข้อหาอื่นๆเพิ่มนั้น เจ้าหน้าที่ไทยได้ยืนยันกับทางแคนาดาว่าจะดำเนินคดีนายราเกซเฉพาะข้อกล่าวหาต่างๆของตลาดหลักทรัพย์ของไทยเท่านั้น (the securities charges.) ขณะที่สำนักข่าวเอพีอ้างถ้อยแถลงของนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุมโฆษกคนหนึ่งของสำนักงานอัยการสูงสุดไทยที่ว่า นายราเกซมีคดีค้างคาอยู่กว่า 20 คดี
ทางการไทยได้ตั้งข้อหานายราเกซเมื่อปี 2539 ว่าได้ปลอมแปลงตราสารหนี้หลายรายเพื่อถ่ายโอนเงินออกจากธนาคารบีบีซี จนเป็นเหตุให้ธนาคารเก่าแก่ของไทยแห่งนี้ ต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลาย เมื่อปี 2538 และไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียปี 2540 เขาได้หลบหนีออกจากไทย แต่ไปถูกจับตัวได้หลังจากนั้นในปีเดียวกันที่เมืองวิสเทลอร์ เมืองตากอากาศและเล่นสกีในแคว้นบริติช โคลัมเบียของแคนาดา
นายราเกซ ผู้เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองตีบเมื่อมีนาคมจนต้องนั่งรถเข็น ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ในระหว่างการยืนอุทธรณ์อันยืดเยื้อโดยถูกกักบริเวณไว้ในบ้านพัก แต่เมื่อเร็วๆนี้ ได้ถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำ และเมื่อเดือนมิถุนายน ศาลอุทธรณ์แห่งบริติช โคลัมเบีย ได้พิพากษายืนคำตัดสินของศาลชั้นต้น ให้ส่งตัวเขาเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทย
ในระหว่างต่อสู้คดี นายราเกซอ้างมาโดยตลอดว่าตนเองตกเป็น “แพะรับบาป” แทนผู้บริหารบีบีซีบางคน และถูกดำเนินคดีเพราะเจ้าหน้ากำกับดูแลกฎระเบียบระบบการเงินของไทยรู้สึกอับอายในคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ หากไม่มีการดำเนินการใดใด อายุความในคดีของนายราเกซ ที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ของไทยจะหมดลงในเดือนกรกฎาคมปีหน้า
นายอมันทีป ซิงห์ ทนายความชาวแคนาดาของนายราเกซให้สัมภาษณ์อีก ว่า นายราเกซยอมรับคำตัดสินของศาลและตัดสินใจไม่สู้คดี ต่อในแคนาดา และได้ออกเดินทางจากนครแวนคูเวอร์พร้อมกับตำรวจไทยเมื่อเวลาบ่ายโมง 40นาทีเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น
นายซิงห์บอกด้วยว่า จากการพูดคุยกับนายราเกซครั้งสุดท้าย นายราเกซมีขวัญและกำลังใจดี และมีความมั่นใจที่จะกลับมาสู้คดีในประเทศไทย ซึ่งเขาจะตามมาต่อสู้คดีด้วย แต่ยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรายงานข่าวจากทั้งหนังสือพิมพ์ไทยและสื่อท้องถิ่นที่ระบุว่าตำรวจและอัยการไทยกำลังเตรียมตั้งข้อหาในคดีอาญาอื่น ๆ เพิ่ม นอกจากจากคดีที่ระบุไว้ในคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ทางกระทรวงยุติธรรมของไทยก็ได้ให้ความมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีการดำเนินคดีนอกเหนือจากนี้



