
"มาร์ค"จับเข่าคุยเครือข่ายปชช.แก้มาบตาพุด
นายกฯ"อภิสิทธิ์" จับเข่า เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ถกแก้มาบตาพุด
(30ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือกับ นายสุธิ อัชฌาศัย แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน ภาคตะวันออก ที่ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่สั่งระงับโครงการต่างๆในมาบตาพุด 76 โครงการ โดยให้เหตุผลว่าโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเห็นว่ามีคนของรัฐบาลที่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง และเตรียมการลงทุนในมาบตาพุด จึงเห็นว่าการยื่นอุทธรณ์ของรัฐบาลเพื่อให้ถอนคำสั่งระงับของศาลฯ โดยอ้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เป็นการพยายามหาวิธีเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้ยังมีนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา และนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหาและแกนนำ 40 ส.ว.ในฐานะตัวแทน 5 กรรมาธิการวุฒิสภา ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน เข้าพบพร้อมกันด้วย
ซึ่งภายหลังการเข้าพบ นายสุธิ ให้สัมภาษณ์ว่าในการหารือครั้งนี้เพื่อพิจารณาทางออกว่าจะดำเนินการกันอย่างไร โดยเครือข่ายได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นกลางขึ้นมาพิจารณาประเด็นที่เป็นปัญหาทั้งหมด โดยจะเป็นกรรมการ 4 ฝ่ายประกอบด้วย ภาคประชาชน นักวิชาการที่อาจจะประกอบไปด้วยนักกฎหมาย สื่อมวลชน เอกชน และภาครัฐ เพื่อพิจารณาและคัดเลือกทีละโครงการใน 76 โครงการว่าโครงการไหนที่อาจจะก่อผลกระทบรุนแรง และโครงการไหนที่ดำเนินการแล้วไม่เข้าข่ายที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างมีหลักเกณฑ์และมีข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว
นายสุธิ กล่าวว่า กรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่พิจารณาระเบียบ หรือกลไกตามมาตรา 67 ว่าจะใช้รูปแบบและเนื้อหาใดที่เหมาะสม หลังจากนั้นกรรมการจะทำข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป อย่างไรก็ตามกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่เสนอแนะเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐจะทำตามข้อเสนอแนะ นายสุธิ กล่าวว่า ตนในฐานะภาคประชาชนต้องติดตามต่อไปหลังจากที่ให้ข้อเสนอแนะไปแล้ว
ด้านนายสมชาย กล่าวว่า ในการหารือครั้งนี้ได้ข้อตกลงในทางบวก และคิดว่านายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจที่ดีกับเรื่องนี้ ในขณะที่ภาคประชาชนไม่ต้องการเห็นสิ่งที่เลวร้ายจึงได้พยายามทาบทามคนที่เป็นกลาง และเป็นผู้ใหญ่ เมื่อเปิดเผยรายชื่อสังคมจะยอมรับได้ โดยทุกคนจะช่วยกันทาบทามและคณะกรรมการชุดนี้จะมีระยะเวลาทำงานประมาณ 90 วัน ยืนยันว่ากรรมการชุดนี้จะทำงานด้วยความเป็นกลางเพื่อพิจารณาข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไปเพื่อให้นายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาทีละเปาะ นอกจากนั้นในระหว่างที่คณะกรรมการทำงานก็จะมีส่วนอื่นๆลงไปแก้ไขปัญหาด้วย เช่น นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี จะลงไปพบชาวบ้านทุกๆ 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ป่วยก็จะนำเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้
นายประสาร กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้จะทำงานแบบบูรณาการโดยจะตรวจสอบเป็นรายโครงการเพื่อทำข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งจะพิจารณาแนวทางทางด้านกฎหมายและการเยียวยาประชาชนด้วย



