
เฮอร์ริเคนระดับ 5 ซัดเกาะเล็กๆในฮาวายหายไปจากแผนที่โลก
เกาะเล็กๆในฮาวายจมน้ำหลังพายุเฮอร์ริเคนรุนแรงพัดหน่ำ ทำลายแหล่งพักพิงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ไคลเมทเชนจ์มีส่วน
เกาะอีสต์ ในอุทยานแห่งชาติทางทะเล Papahānaumokuākea ในรัฐฮาวาย ห่างจากเมืองโฮโนลูลู ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 800 กิโลเมตร จมลงไปในทะเล หลังโดนกระหน่ำจากสตอมเซิร์จ ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคน วาลากา เมื่อเดือนที่แล้ว
( National Oceanic and Atmospheric Association )
แม้ไม่มีคนอาศัย แต่เกาะอีสต์ เป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดของโลกสองชนิด ได้แก่ แมวน้ำมังค์ฮาวาย กับเต่าตนุฮาวาย
( National Oceanic and Atmospheric Association )
เต่าตนุฮาวายเกือบ 96% จะเดินทางไปยังเกาะนี้ เพื่อวางไข่ในฤดูแพร่พันธุ์ แต่โชคดีว่าช่วงที่พายุมา พ้นช่วงวางไข่แล้ว ส่วนแมวน้ำมังค์ฮาวาย ที่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 1,400 ตัวบนโลก และดำรงชีวิตส่วนใหญ่นอนผึ่งแดดบนชายหาด แต่ละปี จะมีแมวน้ำมังค์ราว 200 ตัว เดินทางไปยังเกาะอีสต์ เบื้องต้นนักวิจัยเชื่อว่าพวกมันมักจะรู้ทางหลบหลีกในช่วงที่มีพายุ แต่ต้องรอการประเมินขั้นสุดท้ายจากนักชีววิทยา ว่าเมื่อหนที่พึ่งอย่างเกาะอีสต์แล้ว สัตว์ใกล้สูญพันธุ์สองชนิดนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า เกาะความยาว 800 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ French Frigate Shoals จมทะเล คือผลพวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไคลเมทเชนจ์)
เฮอร์ริเคน วาลากา เป็นพายุความแรงระดับ 5 ความเร็วลมเกิน 250 ก.ม.ต่อชั่วโมง เป็นหนึ่งในพายุรุนแรงหลายลูกที่กระหน่ำแปซิฟิกในปีนี้ ชิพ เฟลทเชอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านโลกศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาวาย กล่าวว่า อากาศและน้ำที่อุ่นขึ้น มีส่วนอย่างมากที่ทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้นทุกที ดังนั้น เป็นไปได้ที่เราจะเห็นปรากฏการณ์เกาะจมทะเลเช่นนี้เพิ่มขึ้น
เกาะส่วนใหญ่ในน่านน้ำบริเวณนั้น ส่วนใหญ่เป็นผืนกรวดและทรายบนยอดภูเขาไฟใต้น้ำ เกาะเหล่านี้ก่อตัวจากระดับน้ำทะเลที่ลดลง ไคลเมทเชนจ์ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงทั่วโลก ดังนั้นเกาะอีสต์อาจจะอยู่ใต้น้ำต่อไป เฟลทเชอร์ กล่าวว่า นี่คืออีกรอยแตกบนกำแพงเครือข่ายระบบนิเวศวิทยาบนโลกใบนี้ที่กำลังถูกทำลาย



