
"ธนาธร" วิพากษ์รัฐบาลลุงตู่
"ธนาธร" สับรัฐบาลบิ๊กตู่ ไม่เป็นปชต. จำกัดสิทธิพรรคการเมือง ประชาชน ไฟเขียว สว.ลากตั้งโหวตเลือกนายกฯ ส่งผลเลือกตั้งไม่สง่างาม
วันที่ 26 ตุลาคม 2561 ที่อาคารหอสมุดกลาง ชั้น 1 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา จัดโครงการสิงห์ธรรมวิชาการ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “มองการเมืองไทย หลังคลายล็อคทางการเมือง” โดย พระมหาอรุณ ปญฺญารุโณ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี โดยมีพระครูปลัด ณัฐพงศ์ ยโส หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ , อาจารย์สมชัย แสนภูมี ในฐานะผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยนักศึกษา คณาจารย์ ม.มหามกุฏราชวิทยาลัย เข้าร่วมรับฟังคำบรรยายพิเศษ โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นวิทยากรพิเศษ
นายธนาธร ได้แนะนำตัวต่อผู้เข้าร่วมฟังคำบรรยาย พร้อมเล่าประสบการณ์ในการทำงานในระหว่างการศึกษาจนถึงการทำงานในปัจจุบัน ทั้งนี้ นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นบรรยายถึงกรณีหลังรัฐบาลคลายล็อคทางการเมือง ว่า อยากเห็นทุกพรรคการเมืองมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การรณรงค์ในพรรคของตนเองได้อย่างเต็มที่ ถ้าดูตามปฏิทิน กว่าจะคลายล็อคก็ต้นเดือนมกราคม แต่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งจะเหลือเวลาให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีเวลาในการรณรงค์ ทำความเข้าใจกับประชาชนเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของประเทศไทย การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงพรรคการเมือง ในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ตราบใดที่มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก็จะไม่สง่างาม
เมื่อถามว่า มีบางพรรคออกมายอมรับและผลักดัน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นายธนาธร กล่าวว่า เป็นสิทธิและเสรีภาพของแต่ละพรรค แต่มีประเด็น รธน. 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่มีประชาธิปไตย คือ ให้อำนาจกับ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง 250 คน มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีได้ หมายความว่า สมมุติพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ เป็นนายกฯ รวมเสียงกันได้ 126 เสียง บวกกับ 250-300 เสียงของ สว. รวมกันมากกว่า 700 คน ที่อยู่ในสภา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คืออาจจะนำเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ ขึ้นมาเป็นนายกฯ ปัญหาคือ ถูกต้องตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เป็นประชาธิปไตย
เมื่อถามถึงผลงานของรัฐบาลชุดนี้ นายธนาธร กล่าวว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ เป็นรัฐบาลที่ไม่มีฝ่ายค้าน เมื่อไม่มีฝ่ายค้าน การตั้งงบประมาณจึงไม่มีฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่นอน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ เติบโตกว่า 3% ถือว่าไม่เลว แต่มันมีปัญหา 2 ประการเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเรากำลังเติบโตอย่างถดถอย และการเติบโตของเศรษฐกิจไม่ได้บอกว่า มูลค่าที่เติบโตขึ้นไปอยู่ในกระเป๋าของใคร อำนาจที่รวมศูนย์อยู่กับคนไม่กี่คน การเติบโตของเศรษฐกิจจึงไปอยู่ในมือของคนไม่กี่คนเช่นกัน.
ภาพ / ข่าว - สมคิด พรมมี



