
"พุฒิพงษ์" ใช้สื่อโซเชียลปรับลุค "บิ๊กตู่-รัฐบาล"
"โฆษกรัฐบาล" ใช้สื่อโซเชียลมุ่งงานเชิงรุก ปรับลุค "บิ๊กตู่-รัฐบาล" ด้านบวก ฮึ่มใช้ กม.ฟันคนบิดข้อมูลป้ายสีรัฐบาล แย้มรอดู "ตู่ดิจิตัล" ไลฟ์สด
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เวลาประมาณ 11.30 น. พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าไปพูดคุยกันในตึกนารีสโมสร หลังจากที่ทั้งสองเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในช่วงที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนใน ปี 2562 ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ณ ตึกภักดีบดินทร์ โดยการพูดคุยดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 10 นาที
จากนั้น ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มารอพบ พล.ท.สรรเสริญ ที่ตึกนารีสโมสร เพื่อถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกบริเวณหน้าตึกดังกล่าว
ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแทน พล.ท.สรรเสริญ ที่จะไปเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เพียงตำแหน่งเดียว ว่า ส่วนหนึ่งเป็นความประสงค์ของพล.ท.สรรเสริญ ที่อยากไปทำงานเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เต็มตัว ทำให้ตนต้องมารับหน้าที่โฆษกรัฐบาล ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะพล.ท.สรรเสริญ ทราบดีว่าเขาต้องไปทำงานตรงนั้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เขาวิ่งไปวิ่งมาในการทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลกับกรมประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ บอกตนว่าจะไปเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เต็มตัว โดยตนจะเป็นรักษาการโฆษกรัฐบาลไปพลางก่อน แต่หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าให้ตนทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลเต็มตัวไปเลย
นายพุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงการทำงานเชิงรุกในการใช้สื่อออนไลน์ของนายกรัฐมนตรี ว่า จะเร่งสร้างเครือข่ายเปิดช่องทางการสื่อสารให้มากขึ้น ซึ่งสื่อโซเชียลต่างๆที่ได้เปิดตัวไปแล้วก็มีเทคนิคที่ให้ใช้งานได้มาก และคาดว่าสถานการณ์ในขณะนี้ที่กำลังเดินตามโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง และจะมีการปลดล็อกทางการเมือง คงจะมีประเด็นจากฝ่ายการเมืองในหลายพรรคนำมาโจมตีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอย่างดุเดือด หรืออาจเกิดข่าวเชิงลบ ข่าวที่เป็นจริงและข่าวที่ไม่เป็นความจริงออกมามากขึ้น ดังนั้น เราจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการทำงานเชิงรุก โดยอาจต้องเร่งสื่อสารผ่านช่องทางสื่อมวลชนปกติและสื่อโซเชียลต่างๆ ในการชี้แจงและนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากขึ้นและเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนทราบว่าข้อมูลที่ถูกต้องในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างไร เนื่องจากการที่ประชาชนได้รับข้อมูลครบถ้วนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน เราจะต้องมีการติดตามการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงว่ามาจากที่ไหน ใครเป็นผู้เผยแพร่ และถ้ามีการให้ร้ายต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก เราต้องตอบโต้และใช้ขั้นตอนตามกฎหมายไปดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว สำหรับกรณีที่มีคนมาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายนั้น ทีมงานพยายามร้องขอความร่วมมือให้ใช้ถ้อยคำสุภาพ แต่ถ้ามีการใช้คำที่หยาบคายมากๆ เราจะลบข้อความนั้นออกไป เพราะมีเด็กเยาวชนที่เข้ามาอ่าน อาจนำไปเป็นตัวอย่าง ขณะเดียวกันมีบางคนที่กระทำการอย่างนั้นเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือสิ่งอื่นใดก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯรู้สึกอย่างไรหลังจากอ่านความคิดเห็นต่างๆจากประชาชนที่มาโพสต์ในเฟซบุ๊ก นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อ 2 วันที่แล้ว เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของนายกฯได้รับการอนุมัติให้เพจและทวิตเตอร์ที่ถูกต้องและเป็นฉบับทางการ (ออฟฟิเชียล) แล้ว ดังนั้นถ้ามีใครทำปลอมขึ้นมา เราสามารถใช้พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จัดการได้ ทั้งนี้ นายกฯอ่านทุกข้อความเอง ไม่มีใครกลั่นกรองให้ก่อน และในวันแรกๆที่เริ่มเปิดตัวเฟซบุ๊กของนายกฯ ตนกังวลว่านายกฯอ่านแล้วจะไม่ชินกับถ้อยคำที่รุนแรงหรือหยาบคาย แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง นายกฯสามารถผ่านไปได้ ขณะเดียวกันเริ่มมีการพูดถึงปัญหาของประชาชนมากขึ้น ข้อเสนอหรือข้อแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น เราจึงเริ่มใช้วิธีไปดูข้อเสนอหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทำให้มองข้ามข้อความที่ไม่เป็นประโยชน์ไปได้ ตนมองว่าความสมดุลระหว่างการแสดงความคิดเห็นต่างๆ เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้นายกฯเข้าไปตอบความคิดเห็นต่างๆมากขึ้น ส่วนข้อความที่เป็นการร้องเรียน นายกฯได้รับมาและสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้ พร้อมกับตอบกลับไปยังผู้ที่แจ้งเรื่องเข้ามาให้ทราบว่าได้จัดการให้แล้ว ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาต่างๆได้เร็วขึ้นด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่
เมื่อถามถึงแนวคิดที่จะให้นายกฯถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก (เฟซบุ๊กไลฟ์) นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กำลังเตรียมอยู่ และต้องดูว่าจะเป็นการออกมาพูดในประเด็นอะไร รูปแบบเป็นอย่างไร ทั้งนี้เราต้องใช้ทุกช่องทางให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ช่องทางสื่อโซเชียลต่างๆ เป็นสิ่งที่ประชาชนใช้จนคุ้นชินอยู่แล้ว เราแค่ลงไปใช้ช่องทางการสื่อสารที่ประชาชนสะดวก.



