ข่าว

 เปิดโลกเทคโนโลยีด้าน""ไซเบอร์"ในงาน"อิฟเสค 2018"  

 เปิดโลกเทคโนโลยีด้าน""ไซเบอร์"ในงาน"อิฟเสค 2018"  

26 ต.ค. 2561

 เปิดโลกเทคโนโลยีด้าน"ไซเบอร์"ตอบโจทย์ความปลอดภัยในงาน"อิฟเสค 2018"  

 

              ยูบีเอ็ม เอเชีย ผนึกหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงาน “อิฟเสค เซาท์อีสต์เอเชีย 2018 และโพลเสค 2018” ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน พร้อมโชว์นวัตกรรมด้วนความปลอดภัยระดับโลกเป็นครั้งแรก มั่นใจเป็นเวทีกลางนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบวงจรให้ทุกภาคส่วนได้สัมผัส 

 เปิดโลกเทคโนโลยีด้าน""ไซเบอร์"ในงาน"อิฟเสค 2018"  

                 ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” ในช่วงหนึ่งว่า ขณะนี้ในเกือบทุกประเทศทั่วโลกต่างก็มีการเตรียมรับมือการโจมตีของโลกไซเบอร์ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งมีทั้งระบบการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ในทันทีหากมีการโจมตีเกิดขึ้น 

                “แต่ละประเทศพยายามที่จะสร้างรั้วรอบขอบชิดเพื่อรองรับสถานการณ์มันจะมาเมื่อไรก็ได้ อย่างในงานนี้มีหลายนิทรรศการก็จะมีเป็นตัวอย่างได้ดี มีทั้งฮาร์ดแวร์ มีทั้งซอฟต์แวร์ รวมทั้งตัวอย่างการให้บริการที่ชัดเจน มีระดับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่หลากหลายตั้งแต่ธรรมดาจนถึงขั้นสูง ระดับสูงเป็นระบบก็จะแพงหน่อย”

            ไม่เพียงแต่ระบบฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์เท่านั้นที่มีความสำคัญในการเรื่องการป้องกันความปลอดภัยของโลกไซเบอร์ แต่ รมว.ดิจิทัลฯ ยังให้ความสำคัญในเรื่องของคนที่มาทำหน้าที่ด้านนี้ ซึ่งทุกประเทศให้ความสำคัญเช่นกัน โดยมีการเตรียมสร้างคนที่มีความเชี่ยวชาญให้สามารถเข้ามาดูแลในส่วนนี้ได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ใช่นักคอมพิวเตอร์ธรรมดาแต่ต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

               “ประเทศไทยตอนนี้เรามีเป้าหมายที่จะผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ประมาณ 1,000 คน ซึ่งก็จะมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับต้นจนถึงขั้นสูง จะมีความเชี่ยวชาญสูง เพื่อจะมาทำหน้าที่โอเปอเรเตอร์เป็นผู้เฝ้าระวัง ที่สำคัญมันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะภาครัฐเท่านั้น เราก็มีภาคเอกชน ภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงาน รวมไปถึงภาคสาธารณสุข เพื่อให้เขาเตรียมคนด้านนี้ไว้ อย่างโรงพยาบาลไม่ได้มีเฉพาะแค่แพทย์ พยาบาล แต่ต้องมีนักไอทีเพื่อจะมาดูแลระบบการควบคุมด้วย” 

                 ดร.พิเชฐ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.... หรือร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ก่อนจะนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ต่อไป โดยกฎหมายทั้งสองฉบับก็จะเป็นกฎหมายเพื่อสร้างความสมดุลในการดูแลเรื่องของไซเบอร์ โดยในขาหนึ่งเรามีกฎหมายไซเบอร์เพื่อที่จะมาวางระบบความปลอดภัยที่เหมาะสม ขณะอีกขาหนึ่งก็จัดให้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทั้งสองฉบับดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการดูแลรายละเอียดขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการทั้ง 3 ฝ่าย

               “อันนี้ไม่ใช่เป็นระบบที่จะไปตามจับใคร แต่เป็นการป้องกันและการดูแลในขณะที่มีการโจมตีทางไซเบอร์เข้ามา ในขณะเดียวกันทุกสังคมในโลกมีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของทุกคน เราก็จัดให้มีกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลด้วย” ดร.พิเชฐกล่าวย้ำ 

 เปิดโลกเทคโนโลยีด้าน""ไซเบอร์"ในงาน"อิฟเสค 2018"  

                 มนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงที่มาของการจัดงานครั้งนี้ว่า งานอิฟเสค เซาท์อีสต์เอเชีย 2018 นี้ ได้นำต้นแบบความสำเร็จของงาน อิฟเสค อินเตอร์เนชั่นแนล ที่จัดโดยบริษัท ยูบีเอ็ม ประเทศอังกฤษ ขยายผลมาจัดยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย ได้แก่ อินเดีย เกาหลีใต้ ฟิลิปินส์ มาเลเซีย สำหรับประเทศไทยครั้งนี้เพิ่งจัดเป็นครั้งแรก เนื่องจากมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพความพร้อมที่รองรับในการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพด้านคมนาคม เป็นศูนย์กลางขนส่งขนาดใหญ่ ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว มีอัตราขยายตัวและแนวโน้มด้านเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์การรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับและมีมาตรฐาน

               “การจัดงานครั้งนี้นอกจากเป็นการประกาศศักยภาพของประเทศไทยด้านความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยีแล้วให้ชาวโลกได้รับรู้แล้วยังช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย งานดังกล่าวเป็นโอกาสของผู้ประกอบธุรกิจด้านความปลอดภัยในการเจรจาธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกำลังให้ความสนใจเรื่องเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในงานนี้มากกว่า 150 ล้าน”

             ประธานยูบีเอ็ม เอเชีย(ประเทศไทย) เผยต่อไปว่า ในส่วนของประชาชนที่เข้าชมงานที่ใกล้ตัวมากที่สุดจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี กล้องวงจรปิด โดยข้อมูลทางการตลาดพบว่าความต้องการกล้องวงจรปิด เครื่องสแกนเนอร์ และผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยอื่นๆ มีการเติบโตโดยเฉลี่ย 30% ต่อปี โดยมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขนี้จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะเกิดการแข่งขันด้านการบูรณาการเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยในการยกระดับผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าของตลาดมากขึ้น โดยในปี 2561 มูลค่าตลาดรักษาความปลอดภัยในประเทศไทยมีมูลค่าสูงหลายพันล้าน การจัดงานครั้งนี้ จึงเป็นการตอบโจทย์ผู้ให้ความสนใจ รวมถึงเจ้าของธุรกิจและภาครัฐจะได้เข้ามาเรียนรู้และหาข้อมูลเพื่อนำไปใช้พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยและการป้องกันภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยจากบุคคล ภัยจากธรรมชาติ ความประมาท รวมไปถึงภัยในรูปแบบที่คุกคามผ่านโลกไซเบอร์

 

 เปิดโลกเทคโนโลยีด้าน""ไซเบอร์"ในงาน"อิฟเสค 2018"  

             ทั้งนี้ภายในงานจะมีการนำเสนอนวัตกรรมและการป้องกันอัคคีภัย โดยมีบริษัทผู้ประกอบธุรกิจด้านความปลอดภัยจากทั่วโลกกว่า 150 บริษัทมาร่วมจัดแสดงอย่างครบครันมากกว่า 1,000 รายการ อาทิ Smart home automation ระบบบ้านอัจฉริยะและระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน ระบบยานยนต์ไร้คนขับ สมาร์ท ซิตี้ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ระบบเมืองอัจฉริยะและป้องกันภัายไซเบอร์ครบวงจร กล้องวงจรปิด และระบบบริหารกล้องวงจรปิดในระบบซอฟต์แวร์ที่บันทึกภาพบนเซิร์ฟเวอร์ของระบบกล้องวงจรปิดให้สามารถนำภาพที่ตรวจจับได้สามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ โดยเฉพาะใบหน้าบุคคลหรือที่เรียกว่าระบบเฟส(Face)ที่เป็นเทรนด์ของกล้องวงจรปิดสามารถสกรีนบุคคลที่แปลกปลอมในการเข้าพื้นที่อาคาร การอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ที่สามารถร่นเวลาการสืบค้น ระบุตัวตนผู้ต้องสงสัยได้อย่างแม่นยำขึ้นและระบบป้องกันภัยที่ทันสมัย อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยฮาร์ดดิสก์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เสื้อเกราะกันกระสุน แล็บพิสูจน์หลักฐานเพื่อการสืบค้นเชิงอาชญากรรมทางกฎหมาย เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด เป็นต้น

 

            นอกจากนี้ยังมีงานโพลเสค 2018 ที่จัดคู่ขนานกันด้วย โดยเป็นงานที่รวบรวมอุปกรณ์สำหรับผู้บังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานภาครัฐเช่นเครื่องตรวจจับระเบิด ปืน เครื่องมือวิเคราะห์และพิสูจน์หลักฐานและหุ่นยนต์กู้ระเบิดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นภายในงานยังมีการสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ที่มีความน่าสนใจ อย่างเช่นภาครัฐกับการรับมือและลดผลกระทบจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และการโจมตีทางไซเบอร์ โดยศูนย์ไซเบอร์ กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม, การบริหารจัดการความเสี่ยงในอาคาร โดยสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร เป็นต้น

             อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมนวัตกรรมสินค้าและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย พร้อมรับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินในชีวิตประจำวัน ภายในงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม ณ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด