ข่าว

รายงาน-ตามเงา “ทักษิณ”

รายงาน-ตามเงา “ทักษิณ”

30 ต.ค. 2552

ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน กับเกมการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลภายใต้การนำของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" กับ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี

 หลังจากที่ "ทักษิณ" เล่นเกมแรงด้วยการฉีกหน้ารัฐบาลในเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน ด้วยการยืมมือเพื่อนแท้อย่าง สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าร่วมเครือข่ายดิสเครดิตรัฐบาลไทย จนทำให้รัฐบาลเสียรังวัดบนเวทีอาเซียน

 อันเป็นผลงานชิ้นแรก หลังจาก "ทักษิณ" ดึง "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมขบวน แลกกับการประเคนเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยเป็นการตอบแทน

 ก่อนที่ "ทักษิณ" จะเดินเกมใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทยดึงเอาประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นส่วนร่วมในความขัดแย้ง

 โดยการมอบหมายให้ทำหน้าที่ให้ "บิ๊กจิ๋ว" เป็นตัวเสี้ยม ตอกย้ำความขัดแย้งกับประเทศบ้าน ซึ่งเตรียมเดินสายพบไปมาเลเซีย ต่อด้วยพม่า

 ขณะที่ภายในประเทศก็ปล่อยให้เป็นเกมของกลุ่มคนเสื้อแดงผ่าน "แก๊งสามเกลอหัวขวด" จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน วีระ มุสิกพงศ์ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

 รัฐนาวา "อภิสิทธิ์" จึงถูกรุมตีรอบด้านทั้งศึกนอกและศึกใน

 นั่นเพราะเป้าหมายของ "ทักษิณ" ต้องการโค่นรัฐบาลได้ก่อนสิ้นปีนี้

 หรืออย่างน้อย ก็ใช้การเคลื่อนไหวเป็น "เกมต่อรอง" เพื่อเรียกคืนขุมทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกแช่แข็งไว้เป็นเดิมพัน

 และด้วยขุมทรัพย์ก้อนโตนี้เอง ที่ทำให้อดีตนายทหารเกษียณอายุราชการ ไม่ว่าจะเป็น จปร.7 และ ตท.10 เพื่อนร่วมรุ่น "ทักษิณ" ต่างตบเท้าเข้าด้วยช่วยเหลือเพื่อล่าสมบัติและอำนาจกลับคืนมา

 จึงทำให้เกมการต่อสู้เข้มข้นขึ้นมาทันที เพราะรัฐบาลที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้จัดการคงไม่ต้องการตกเป็นฝ่ายรับตลอดเวลา

 แต่ได้เตรียมหาแผนรุกกลับและเอาคืน "ทักษิณ" ให้ได้เช่นเดียวกัน แม้จะตกอยู่ในสภาวะไล่หลังก็ตาม

 ไล่ตั้งแต่งัดโมเดลฝ่าวิกฤติตามรอย "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ และประธานองคมนตรี ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่

 โดยการเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ พ.ศ...ตามที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ

 ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ กปช. มี "อภิสิทธิ์" เป็นประธาน เพื่อทำสงครามข้อมูลข่าวสารกับ "ทักษิณ" ในยามที่รัฐบาลถูกรุกอย่างหนักทั้งในและนอกประเทศ

 สอดรับกับกระทรวงมหาดไทย ที่ตั้ง "โฆษกประจำจังหวัด" เพื่อให้ข้อมูลเหตุการณ์เฉพาะหน้าและข้อมูลเชิงลึกที่เกิดขึ้นในจังหวัดแก่ประชาชน รวมถึงสถานทูตประเทศต่างๆ ที่ประจำในประเทศไทย

 โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด หรือประชาสัมพันธ์ จังหวัดทำหน้าที่โฆษก ล่าสุดแต่งตั้งเรียบร้อยครบ 75 จังหวัด

 ก่อนจะตามด้วยยาแรง เดินหน้าถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชฯ ของ "ทักษิณ" หลังจากที่คณะกรรมการการกฤษฎีกามีความเห็นให้เดินหน้าได้ ตามบัญชาของผู้จัดการรัฐบาล

 เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ" ไม่ชอบธรรม หลังจากตกเป็นนักโทษหนีคุก 2 ปี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ

 เมื่อรัฐบาลรุกกลับ "ทักษิณ" ก็ยิ่งฮึดสู้ ผ่านเครือข่ายลิ่วล้อ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง สมาชิกบ้านเลขที่ 111 สารพัดรูปแบบ

 ไม่ว่าจะเป็นการยิงตรงด้วยการโฟนอิน วิดีโอลิงก์ ผ่านเว็บไซต์ยอดฮิตอย่าง "ทวิตเตอร์"

 ยิงข้อมูลถี่ยิบแบบช็อตต่อช็อต ตอบโต้รายวัน แถมในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ "ทักษิณ" ได้ฤกษ์ดีเดย์ส่ง "เอสเอ็มเอส" ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาชิก

 ทำให้สถานการณ์การเมืองหมุนกลับเข้าใกล้ช่วงก่อนปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 มากขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างมี "พลังสีเขียว" หนุนหลัง ที่รอวันเผชิญหน้า

 โดยเฉพาะการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อหวังโค่นรัฐบาลให้ได้ก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

 บวกกับการเคลื่อนไหวของเครือข่าย "ทักษิณ" ที่แยกส่วนในการปฏิบัติหน้าที่

 "บิ๊กจิ๋ว" เดินสายเสี้ยมประเทศเพื่อนบ้าน

 "จปร.7 + ตท.10" เคลื่อนไหวทั้งใต้ดินและบนดิน

 และ "เสื้อแดง" เคลื่อนไหวเกณฑ์ไพร่พลรากหญ้า

 เป้าหมายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายทั้งตามตะเข็บชายแดน และเมืองหลวงไปพร้อมๆ กัน

 เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงวันนั้น รัฐบาลก็หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ นำไปสู่แนวทาง "ยุบสภา" ในที่สุด
 ด้วยเหตุจึงได้เห็น "สุเทพ" ควง ผบ.เหล่าทัพ ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการจากเหนือจรดใต้ เพื่อวางแผนการรับมือการเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ"

 อีกทั้ง "สุเทพ" ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์แบบถี่ยิบ เพื่อรายงานความคืบหน้าและเกาะติดความเคลื่อนไหว

 โดยเฉพาะในฝ่าย "จปร.7" กับ "ตท.10"  ที่กลัวหนอนบ่อนไส้ภายในพลังสีเขียว

 ส่วนความเคลื่อนไหวของ "บิ๊กจิ๋ว" ในการเดินสายประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลได้มอบให้ "สถานทูต" ในแต่ประเทศต่างๆ จับตาการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ "มาเลเซีย"

 เพราะเกรงว่า "บิ๊กจิ๋ว" จะไปตอกลิ่มความขัดแย้งกรณีความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีวาระเพื่อ "ทักษิณ" และ "กลุ่มวาดะห์"

 ฉะนั้นจึงอย่าได้แปลกใจที่ช่วงนี้จะได้เห็นรัฐบาลเดินหน้า "โหมกระแสรักชาติ" โต้กันแบบไม่ยั้ง

 พุ่งประเด็นไปที่พฤติกรรมของ "ทักษิณ" กับ "บิ๊กจิ๋ว" ว่าเป็นพวก "ชักศึกเข้าบ้าน"

 กระนั้นดูเหมือนว่าเกมรุกของรัฐบาล ยังตามก้น "ทักษิณ" แบบไม่เห็นฝุ่น แม้จะพยายามงัดกลยุทธ์เด็ดมาห้ำหั่น

 แต่หนังม้วนนี้ "ผลแพ้-ชนะ" ยังต้องดูกันอีกยาว !
 

 บัญชา แข็งขัน