ข่าว

กกต.เตือนพรรคการเมืองเลี่ยงทำผิดกฎหมาย

กกต.เตือนพรรคการเมืองเลี่ยงทำผิดกฎหมาย

25 ต.ค. 2561

เลขา กกต. ชี้พรรคการเมืองเดินรณรงค์หาสมาชิกได้ ระบุเป็นเรื่องจำเป็นต้องมีสาขาพรรคประจำจังหวัดเพื่อส่งผู้สมัครส.ส. เตือนอย่าจูงใจคนเป็นสมาชิก-เปิดให้คนนอกครอบงำ

 

          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) -25 ต.ค.61 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวถึงการเดินสายพบปะประชาชนของพรรคการเมืองเพื่อเชิญชวนรับสมัครสมาชิก หรือเลือกตั้งหัวหน้าพรรคว่า ต้องดูข้อกฎหมาย ซึ่งหากเป็นการหาสมาชิกพรรคก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะต้องมีสาขาพรรคจึงจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ จึงต้องหาสมาชิกให้ได้ ดังนั้นต้องดูที่เจตนา เช่น บางพรรคมีการเลือกหัวหน้าพรรคก็ต้องมีกิจกรรม แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนหลักความสงบเรียบร้อยด้วย เพราะการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองมีเรื่องของข้อกฎหมายอยู่ การคลายล็อกสุดท้ายมี 7 ข้อ นอกนั้นต้องขออนุญาต

 

          พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอึกว่า ซึ่งทุกกลุ่มที่ทำกิจกรรมในขณะนี้ได้มีการแจ้งกกต.ตามคำสั่งคสช.ที่ 13 /2561 กำหนดให้พรรคการเมืองที่จะทำกิจกรรมดังกล่าวแจ้งกกต.ทราบก่อน 5 วันและให้ถือได้รับอนุญาต โดยกกต.เพียงรับทราบเท่านั้น ไม่ได้ไปตรวจสอบหรือเป็นการบอกว่ากิจกรรมที่จะมีการดำเนินการนั้น ไม่เข้าข่ายเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ต้องห้าม พรรคการเมืองจึงต้องระมัดระวังซึ่งทางสำนักกิจการ พรรคการเมืองของกกต.ก็จะมีการติดตามเก็บข้อมูลไว้เช่นกัน

 

          เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงการพิจารณาเรื่องนายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรคเพื่อไทย ว่า กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน กกต.ติดตามกระแสข่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีพรรคสาขา ไปจนถึงการเจรจาแบ่งพื้นที่ โดยทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน จึงฝากเตือนไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคว่า พ.ร.บ.พรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว กรรมการบริหารพรรคต้องไปดูบทบัญญัติของกฎหมาย อย่าฝ่าฝืนกฎหมายที่จะทำให้ถูกยุบพรรค สิ่งเหล่านี้พรรคการเมืองต้องหลีกเลี่ยง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองอยากเตือนไปยังทุกพรรคการเมืองว่าอย่าทำผิดกฎหมายจนต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค เช่น การจูงใจให้คนเป็นสมาชิก การให้บุคคลอื่นครอบงำพรรคการเมือง จะได้ไม่ถูกไต่สวนจนพรรคมีตำหนิ หรือถูกยุบจนไม่สามารถลงสู่สนามเลือกตั้งได้

 

          “ผมอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเชิงสร้างสรรค์ กกต.ไม่ได้มุ่งหวังเอาผิดพรรคการเมืองใด แต่ทั้งหมดอยู่ที่พฤติกรรมของพรรคการเมืองนั้นๆ”เลขาธิการกกต.ระบุ