ข่าว

"บิ๊กฉัตร" ห่วง 6 เขื่อน น้ำน้อยไม่ถึงครึ่ง

"บิ๊กฉัตร" ห่วง 6 เขื่อน น้ำน้อยไม่ถึงครึ่ง

25 ต.ค. 2561

"บิ๊กฉัตร" ประชุมบริหารจัดการน้ำ เตรียมรับมือท่วม-แล้ง ยอมรับห่วง 6 เขื่อน น้ำน้อยกว่าร้อยละ 50 ฟุ้งผลงานจัดการน้ำ 4 ปี ใช้งบน้อยกว่ารัฐบาลก่อน เกือบ 5 เท่า

 

          วันที่ 25 ต.ค. 2561 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 4/2561 ว่า ตนได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

 

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า โดยปลายเดือนตุลาคมนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาว จึงต้องติดตามทั้งสถานการณ์น้ำแล้งและน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้พื้นที่ภาคใต้ยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ขณะที่ภาคเหนือและภาคกลางไม่มีปัญหา ดังนั้น ศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ จะติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

 

          ขณะที่การแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง แม้ขณะนี้ปริมาณน้ำใน 35 เขื่อนหลักของประเทศ จะมีน้ำอยู่ 57,543 ล้านลูกบาศก์ ถือเป็นปริมาณสูงถึง 81 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมด แต่ในจำนวนดังกล่าว มี 6 เขื่อนที่มีปริมาณน้ำเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 2 เขื่อน คือ เขื่อนแม่กวงและเขื่อนแม่มอก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 เขื่อน คือ เขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนลำนางรอง และภาคกลาง 2 เขื่อน คือ เขื่อนกระเสียวและเขื่อนทับเสลา จึงต้องมีการวางแผนบริการจัดการน้ำในเขตชลประทานที่ต่อเนื่องกับทั้ง 6 เขื่อนนี้อย่างละเอียด กำหนดความเร่งด่วนในการใช้น้ำ โดยจะให้ความสำคัญกับน้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค เรื่องระบบนิเวศ การทำเกษตรต่อเนื่อง และการสำรองน้ำเพื่อใช้ในฤดูกาลต่อไป นอกจากนี้ จะจัดทำพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งขึ้นทั้งประเทศ อาศัยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า(GISTDA) ประกอบกับข้อมูลภาคพื้นดินจากกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงมหาดไทย

 

"บิ๊กฉัตร" ห่วง 6 เขื่อน น้ำน้อยไม่ถึงครึ่ง

 

          “ช่วง 4 ปีที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารจัดการน้ำ จากการวางแผนบูรณาการอย่างรอบคอบ ทำให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและน้ำแล้ง ใช้งบประมาณไป 18,594 ล้านบาท แต่หากย้อนหลังไป 4 ปีก่อนรัฐบาลนี้เข้ามา เราใช้เงินในการเดียวกันนี้ 89,755 ล้านบาท แสดงว่าหากมีการเตรียมการที่ดี บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จะประหยัดงบประมาณได้จำวนมาก และหากเทียบปริมาณน้ำระหว่างปี 2554 และปี 2560 พบว่ามีปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้ ในปี 2558 ที่รัฐบาลนี้เข้ามา เราประสบภัยแล้งค่อนข้างรุนแรง น้ำในอ่างเก็บน้ำน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี แต่เราสามารถจัดการจนลดผลกระทบต่อประชาชน” รองนายกฯ กล่าว

 

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการรับมือกับฤดูฝนในปี 2562 จากปี 2561 ที่มีปัญหาเรื่องการบริหารน้ำในอ่างเก็บน้ำบางแห่งซึ่งมีปริมาณน้ำเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ จึงส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายอ่าง โดยเราจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ เช่น การรักษาระดับน้ำตาม Rule curve หรือ เกณฑ์ควบคุม ที่มีอยู่เดิม ซึ่งก่อนหน้านี้เราทำเกณฑ์ควบคุมเป็นมาตรฐานเดียว ไม่มีการปรับแก้ วันนี้จึงต้องปรับให้ยืดหยุ่นได้ เช่น ถ้ามีปริมาณน้ำมากหรือปริมาณน้ำน้อยในแต่ละปี ควรปรับเกณฑ์ควบคุม ปรับการกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำตามเกณฑ์ควบคุมใหม่.