
สาวเชียงยืนเฉียดตาย ! เครนล้มแท่งปูนตกหวิดทับรถ
สาวเชียงยืนยังตกใจตระเวนทำบุญหลังเฉียดตาย เครนล้มทำแท่งปูนสร้างทางรถไฟรางคู่หล่นเฉียดรถเกือบเบรกไม่ทัน ไม่พอใจที่ผู้รับเหมาไม่แสดงความรับผิดขอโทษและไม่แสดงค
วันที่ 24 ต.ค.2561 จากกรณีที่การโพสต์คลิปเครนยกแท่งปูนสร้างทางรถไฟรางคู่ล้มจนทำแท่งปูนหล่นเฉียดเกือบทับรถที่กำลังวิ่งบนถนน โดยผู้ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Suwadee Aranyawat เหตุเกิดที่บริเวณก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ยกระดับ ใกล้กับ บริษัท ช.ทวี ดอลลา เซียน จำกัด (มหาชน) ก่อนถึงแยกบ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น โดยระบุพร้อมกับโพสต์คลิปว่า “เกือบตายยกคันกับบริษัทที่รับเหมาทำงานก่อสร้างทำทางรถไฟฟ้าสายบ้านโนนตุ่นกุดกว้างทำงานแบบไม่มีความระมัดระวังเลยคำขอโทษคำเดียวก็ไม่มีใครมาถามพนักงานมีเป็นร้อยแต่คำขอโทษพูดไม่เป็นสักคนหรือพนักงานของบริษัทเป็นคนต่างด้าวหรือว่าคนรับเหมาก็เป็นเหมือนกันการศึกษาไม่ซึมซับเลยเหรอกับคำว่าขอโทษเรียนมาเสียเงินเปล่าๆสู้คนจบ ป 4 ไม่ได้เห็นแต่แก่เงินถ้าอยากดังเดียวจัดให้”
และจนวันนี้ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Suwadee Aranyawat ยังคงมีการโพสต์ข้อความด้วยความไม่พอใจอีกว่า “ต่อไปหน่วยงานจะรับผิดชอบแสดงตัวด้วยนะค่ะแต่ก็ขอบคุณหน่วยงานที่ออกมาขอโทษด้วยค่ะและก็ขอขอบคุณทุกท่านทุกกำลังแรงใจที่ส่งมาให้กำลังใจนะคะขอบคุณมากๆค่ะ......แสดงตัวด้วยนะจ๊ะท่านผู้เกี่ยวข้อง”
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง น.ส.สุวดี อรัญวาศ อายุ 39 ปี ชาวบ้านผำ หมู่ 1 ต.ดอนเงิน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9 นาฬิกาเศษ ของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้จะผ่านมาหลายวันตอนนี้ก็ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่นึกว่าจะเกิดกับตนเองและญาติ จากที่ผ่านมาเคยเห็นแต่ข่าวเกิดขึ้นหลายที่ จนบางที่มีผู้เสียชีวิต ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเฉียดตายมาก จนต้องพยายามทำใจให้สงบเดินทางไปทำบุญ รดน้ำมนต์ตามความเชื่อเพื่อให้สบายใจ เพราะถ้าหยุดรถไม่ทันขณะนั้นไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
น.ส.สุวดี เล่าให้ฟังว่า ปกติจะเดินทางเข้ามาขอนแก่นเพื่อไปหาลูกค้าบ่อยครั้ง เพราะตนและครอบครัวมีอาชีพรับซื้อเครื่องประดับประเภทเศษทองเศษเงิน เมื่อพบลูกค้าเสร็จปกติจะต้องใช้เส้นทางมิตรภาพ พยายามเลี่ยงเส้นบ้านโนนตุ่น เพราะเห็นว่ามีการก่อสร้าง แต่วันนั้นจำเป็นต้องใช้จริงๆ และมีคนใช้เส้นทางจำนวนมาก เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เป็นช่วงที่รถชะลอกันเพราะรถค่อนข้างเยอะ ขณะที่รถของตนซึ่งเป็นรถกระบะอีซูซุ มีทั้งหมด 6 คนนั่งมาด้วยกัน ขณะที่รถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้า แฟนของตนก็มองไปบนทางรถไฟที่กำลังก่อสร้างเห็นรถเครนกำลังเหวี่ยงแท่งปูนนเอียง และคาดว่าควบคุมไม่ได้ทำให้ล้มและแท่งปูนหล่นลงมาในเสี้ยววินาที โชคดีที่หยุดทันรีบถอยรถแต่ก็มีเศษปูนกระเด็นมาโดนบริเวณใกล้กันชนบ้างเล็กน้อย และมีกล้องติดหน้ารถทำให้จับภาพได้
จากนั้นก็จอดรถด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาถามไถ่จึงขับรถเข้าไปจอดในร้านอาหารบริเวณนั้นประมาณเกือบชั่วโมง ก็ยังไม่มีใครที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเข้ามาสอบถามอีก มีแต่คนที่สัญจรไปมาเข้ามาถามด้วยความห่วงใย สุดท้ายตัดสินใจกลับบ้าน โดยย้อนกลับเพื่อออกเส้นมิตรภาพผ่านกุดกว้าง เมื่อไปถึงบ้านก็รีบไปที่วัดหาพระที่นับถือทำบุญสะเดาะเคราะห์ อาบน้ำมนต์ตามความเชื่อเพื่อให้เกิดความสบายใจ เพราะชีวิตเฉียดตายมาก
“ผ่านมาหลายวัน จนถึงขณะนี้มีเพียงเจ้าของรถเครนให้เช่า เข้ามาหาเท่านั้น ขณะที่ผู้รับเหมาโครงการยังไม่เข้ามาแสดงความรับผิดชอบ หรือขอโทษใดๆ เพื่อแสดงความจริงใจว่าจะดูแลความปลอดภัยอย่างไร ซึ่งการก่อสร้างควรจะมีควาปลอดภัยมากกว่านี้ หากมีการยกเครนแท่งปูนก็ควรจะมีสัญญาณปิดถนน เชื่อว่าคนใช้รถใช้ถนนเข้าใจเพื่อความปลอดภัยมากกว่า” น.ส.สุวดี กล่าว.
ภาพ / ข่าว - จิติมา จันพรม



