ข่าว

พาณิชย์เร่ง 3 มาตรการ พยุงราคาน้ำมันปาล์ม

พาณิชย์เร่ง 3 มาตรการ พยุงราคาน้ำมันปาล์ม

23 ต.ค. 2561

พาณิชย์เร่ง 3 มาตรการ พยุงราคาน้ำมันปาล์ม

 

 

 รมว.พาณิชย์ เล็งชงครม.ภายในเดือนต.ค.นี้เคาะ 3 แนวทางดันราคาปาล์มดิบ เสนอขยายเวลาส่งออกถึง ก.พ.ปีหน้า เร่งส่งเสริมใช้ บี 20 ด้าน “พลังงาน” นัดถกค่ายรถยนต์ ผู้ค้าน้ำมัน 25 ต.ค.นี้ ดันขยับเกรดน้ำมันดีเซลสู่ บี7 พลัส ด้านสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มฯ เตรียมชุมชนจ.กระบี่ 25 ต.ค.นี้ กำหนดท่าทีกดดันรัฐแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ

 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดว่า ที่ประชุมมีมติเร่งรัดดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่ 1.การขยายกรอบระยะเวลาโครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศจากเดิมสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2561 ออกไปถึง 1 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อลดสต็อกน้ำมันปาล์มให้เข้าสู่ระดับปกติ และช่วยรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 525 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกให้มากขึ้น 

2.เร่งรัดการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดเพื่อดูดซับน้ำมันส่วนเกิดออกจากสต็อกซึ่งปัจจุบันมีกว่า 3 แสนตัน คาดว่าจะช่วยดึงราคาผลปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้นได้ และ3.การกำหนดวัตถุดิบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโรงA ต้องสกัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันให้ได้ไม่น้อยกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ 

ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินมาตรการต่างๆได้ตามมติที่ประชุม เชื่อว่าจะสามารถดูดซับผลผลิตปาล์มน้ำมันและคลี่คลายสถานการณ์ราคาปาล์ม โดยยืนยันว่า ราคาปาล์มจะต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 3 บาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งปรับสมดุลราคาน้ำมันปาล์มขวดให้สอดคล้องกับราคาปาล์ม โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในไปหามาตรการออกมาดูแลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมระหว่างราคาจำหน่ายกับราคาวัตถุดิบ เนื่องจากพบว่าปัจจุบันมีการจำหน่ายต่ำกว่าราคาจริงแต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการยกเลิกราคาเพดานสูงสุดที่ห้ามขายเกินขวดละ 42 บาท สำหรับราคาปาล์มดิบ (CPO) อยู่ที่กิโลกรัมละ 18 บาท ผลปาล์มดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 3 บาท 10 สตางค์ ขณะนี้ราคาปาล์มดิบ (CPO) มาเลเซีย อยู่ที่กิโลกรัมละ 16 บาท 50 สตางค์

นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงาน เตรียมนัดหารือค่ายรถยนต์ ผู้ค้าน้ำมัน และผู้ที่เกี่ยวข้องในวันที่ 25 ต.ค. 2561 นี้ โดยมีนาย ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อหาแนวทางดำเนินการเพิ่มเพดานสัดส่วนการผสมน้ำมันปาล์มในน้ำมันดีเซลสูงสุดขึ้นเป็น 7-7.5%จากปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานประกาศให้ผสมสูงสุดได้แค่7%(ไบโอดีเซล บี7หรือ น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์ม7%ในดีเซลทุกลิตร) โดยหากเพิ่มสัดส่วนเป็น 7-7.5%จะเรียกเป็นบี7พลัส

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมฯ ได้ทดลองการใช้ไบโอดีเซล บี10(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์ม 10%ในทุกลิตร) ในเครื่องยนต์ดีเซลกับรถยนต์หลายค่าย ซึ่งพบว่าสามารถใช้ได้ แต่ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ยังไม่ยอมรับ กรมฯจึงยังคงประกาศใช้แค่บี7

“เชื่อว่าการเพิ่มเป็น บี7 พลัส จะไม่มีผลกระทบต่อเครื่องยนต์ แต่ต้องรอให้ค่ายรถยนต์พิจารณาสเปคของรถยนต์ในแต่ระรุ่นว่ามีประสิทธิภาพใช้ได้จริงหรือไม่” นายสมบูรณ์ กล่าว

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางที่รัฐเตรียมเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซล เป็น ดีเซล บี7 พลัส เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มนั้น น่าจะช่วยแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำได้ไม่มากนัก ดังนั้น ภาครัฐควรเน้นส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล บี10 และไบโอดีเซล บี20 ให้มากขึ้น น่าจะช่วยดูดซับสต็อกน้ำมันปาล์มได้มากกว่า

 

“ที่ผ่านมา เกษตรกรยังไม่เห็นความพยายามแก้ไขปัญหาที่จริงจังของภาครัฐ และการบริหารจัดการสต็อกปาล์มยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ซึ่งแนวทางหนึ่งนั้นควรส่งเสริมการใช้บี10 ในรถยนต์ทั่วไป และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาต่อรถยนต์ โดยกระทรวงพลังงานควรหารือกับผู้ค้าน้ำมัน และผู้ผลิตบี100 ที่ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมากแล้ว ทำให้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มากขึ้น ไม่น่าจะก่อผลเสียต่อเครื่องยนต์” นายมนัส กล่าว

  อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ทางสมาพันธ์ฯ จะนัดหารือกับสมาชิกชาวสวนปาล์มที่จ.กระบี่ เพื่อติดตามผลการประชุมคณะอนุกรรมการน้ำมันปาล์ม ก่อนกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหว และนัดแถลงข่าวในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ที่จ.ตรัง ต่อไป

ที่มา  กรุงเทพธุรกิจ