
พธม.ย้ำเหลืองจับมือแดงกู้ภาพลักษณ์เชียงใหม่
พันธมิตรฯ เชียงใหม่ ย้ำเสื้อเหลืองจับมือเสื้อแดงกอบกู้ภาพลักษณ์เชียงใหม่ จี้ผู้ว่าฯ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนสร้างสันติ ชาวภูเก็ตยื่นหนังสือผู้ว่าฯค้านเสื้อแดงจัดเสวนา
(29ต.ค.) นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของทางการเมืองของกลุ่มประชาชขนในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงที่ผ่านมาว่า ได้สร้างความวิตกกังวลต่อประชาชน และนักท่องเที่ยว รวมทั้งทำลายภาพลักษณ์ และบรรยากาศเมืองแห่งวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ ให้กลับมาเป็นเมืองแห่งความร่มเย็นทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดเชียงใหม่ จึงออกแถลงการณยืนยันว่า ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ จ.เชียงใหม่ และกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ไม่ต้องการความรุนแรงใน จ.เชียงใหม่ โดยการประสานงานของตัวแทนหอการค้าและภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่จริง
การพบปะดังกล่าวมีขึ้นเพื่อระดมความเห็นแสวงหาความร่วมมือในการสร้างกรอบกติกาโดยประชาชนเอง ภายใต้เจตนารมณ์ในการแสดงออกทางสิทธิเสรีภาพและเคารพความคิดเห็นและความแตกต่างซึ่งกันและกัน โดยไม่ถูกคุกคามข่มขู่ความเห็นที่แตกต่างด้วยการใช้ความรุนแรง เพื่อสร้างมาตรการทางสังคมที่ดี
นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางแก้ปัญหาเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรประชาชนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกรอบกติกาของกฎหมายบ้านเมืองและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างทางการเมือง เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและลงทุนที่อบอุ่นและปลอดภัย
นายสุริยันต์ กล่าวว่า จากการหารือได้ข้อสรุปร่วมกันว่าทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้การดำรงอยู่ของคนทุกกลุ่มชนอย่างมีเกียรติยศศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน และขอให้นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานงานประชาชนทุกกลุ่มเพื่อผลักดันให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนพูดคุย อันจะทำให้เชียงใหม่มีความอบอุ่นและสันติโดยเร็ว
ชาวภูเก็ตยื่นหนังสือผู้ว่าฯค้านเสื้อแดงจัดเสวนา
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 29 ต.ค.52 นายสมาน เกราะเหล็ก พร้อมตัวแทนกลุ่มประชาชนภูเก็ตที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ที่ห้องทำงานศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อคัดค้านการจัดงานเสวนาประชาธิปไตย “ฝ่าวิกฤติการเมือง แก้วิกฤติท่องเที่ยว” ของกลุ่มพิทักษ์ประชาธิปไตยภูเก็ต หรือคนเสื้อแดงภูเก็ต ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ในวันที่ 31 ต.ค.52 นี้
โดยตัวแทนกลุ่มประชาชนชาวภูเก็ตที่จงรักภักดีต่อสถาบัน กล่าวในระหว่างการยื่นหนังสือ ว่า หากทางกลุ่มพิทักษ์ประชาธิปไตยภูเก็ตจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น จะนำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งภายในพื้นที่ จึงขอคัดค้านการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยในจังหวัด เป็นตัวแทนในการช่วยเจรจากับกลุ่มที่จะจัดงาน เนื่องจากเกรงว่าจะนำมาซึ่งปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรี กับกลุ่มนปช. อันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งภายในพื้นที่ สร้างภาพลักษณ์ด้านลบให้กับจังหวัดภูเก็ตซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ
“กลุ่มประชาชนภูเก็ตที่จงรักสถาบัน” มองว่าการเปิดโอกาสให้มีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลายครั้ง จึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หามาตรการยับยั้งการจัดงานครั้งนี้ เพราะเชื่อว่า จะมีการปราศรัยพาดพิงสถาบันเบื้องสูงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน จนอาจนำมาซึ่งความไม่พอใจของกลุ่มมวลชนในพื้นที่ จนอาจเกิดปัญหาขึ้นได้
ทั้งนี้การเข้าพบและหารือร่วมกันของตัวแทนกลุ่มประชาชนชาวภูเก็ตที่จงรักภักดีต่อสถาบันกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด แต่มีการอนุญาตให้บันทึกภาพการยื่นหนังสือ ซึ่งก่อนเข้าหารือร่วมกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง หรือความวุ่นวายใด ๆ ขึ้นในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตจะรับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มประชาชนภูเก็ตที่จงรักภักดีต่อสถาบันได้มีการประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดภูเก็ต และประชุมกรมการจังหวัดภูเก็ตและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนตุลาคม 2552 โดยได้มีการกล่าวต่อที่ประชุมว่า ฝากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าตำรวจและฝ่ายปกครองให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น ตลอดจนจะได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามอย่าใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทบกระทั่งหรือการแสดงออกที่ส่อไปทางที่ไม่ดีหรือก้าวล่วงหรือการทำผิดกฎหมาย อันจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา
นายวิชัย กล่าวด้วยว่า ในการจัดกิจกรรมของกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีเสื้อใดสามารถที่จะดำเนินการได้ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และเนื่องจากเราเป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งขณะนี้ก็เริ่มที่จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วไม่อยากให้มีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้นอีก เพราะจะส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินของคนในจังหวัดซึ่งเริ่มที่จะฟื้นตัวบ้างแล้ว รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมาก็เสียโอกาสไปแล้วพอสมควร ดังนั้นอย่าได้เป่าฝุ่นให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาอีก เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออกได้ตามกรอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้ว และที่สำคัญจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น



