ข่าว

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด-บทเรียนจากดูไบ

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด-บทเรียนจากดูไบ

03 มี.ค. 2552

พลิกปฏิทินย้อนหลังไปไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมา จากนครรัฐเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จักในกลุ่มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ "ดูไบ" ถูกกล่าวขานพูดถึงไปทั้งโลก ในฐานะเศรษฐีใหม่ที่ทุ่มเทเม็ดเงินจำนวนมหาศาล เพื่อสร้างเมืองให้เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไป

 และเป็นแหล่งที่นักเดินทางและนักธุรกิจอยากดาหน้าเข้าไปหา
 ร้านค้าสินค้าปลอดภาษีที่ได้รับการยกย่องว่า มีสินค้าชื่อดังชั้นนำของโลกมาวางขายมากที่สุด และมีราคาถูกที่สุดเท่าที่จะหาซื้อได้ เพชรพลอย อัญมณีต่างๆ ล้วนแล้วแต่ชั้นเลิศและปลอดภาษีจนชวนให้ควักกระเป๋า ตึกรามบ้านช่องถูกออกแบบให้สร้างขึ้นมา โดยหวังจะลบสถิติต่างๆ ในโลกลงไปให้ได้ ทั้งการถมทะเลออกไปให้ได้รูปทรงเรขาคณิตที่งดงาม การออกแบบและเลือกใช้วัสดุพิเศษ  ชนิดที่สถาปนิกวาดร่างไปกลืนน้ำลายไป
 สถานบันเทิงและสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ถูกสร้างขึ้นมาจนผู้คนแทบจะลืมไปว่า กำลังยืนอยู่บนดินแดนที่ประชาชนนับถือศาสนาที่เคร่งครัดมากแห่งหนึ่ง และเมื่อทุกอย่างถูกเนรมิตขึ้นมาแล้ว ยังต้องใช้เม็ดเงินอีกจำนวนมากไม่แพ้กัน ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ดึงดูดผู้คนให้เข้าไปเยือน ทั้งการใช้เงินจัดเกมการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และไปเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันในหลากรายการทั่วโลก
 ในขณะที่คนทั้งโลกตื่นตะลึงกับการลุกขึ้นมาของดูไบ แต่นครรัฐที่รายรอบอยู่กลับมองด้วยความพิสวงงงงวย ว่าจะทำทุกอย่างนั้นไปเพื่ออะไรกัน เงินที่เทลงไปนั้นจะสามารถเรียกกลับมาจนถึงระดับทำกำไรได้จริงหรือ 
 ท้ายที่สุดเมื่อโลกหมุนด้วยอาการสะดุดจากพิษเศรษฐกิจ ดูไบที่เปล่งแสงโชติช่วงก็ถึงคราวหรี่มัว  การก่อสร้างที่ยังไม่แล้วจบหยุดชะงักลงไป สินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายวางนิ่งอยู่ในตู้โชว์ไร้คนเหลียวมอง รถยนต์หรูหราราคาแพงถูกจอดทิ้งไว้เกลื่อนลานจอด ชาวต่างชาติหอบเสื่อผืนหมอนใบลี้ภัยเศรษฐกิจกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง
 บทสรุปสุดท้ายจึงเป็นที่มาของสัจจะแห่งธุรกิจ ที่กล่าวเอาไว้ว่าความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ยอดจำหน่ายหรือจำนวนของลูกค้า แต่ต้องวัดกันที่กำไรจากผลประกอบการ ตัวเลขการจำหน่ายสินค้าและงานบริการใดๆ ที่ได้มาด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงไป ก็ย่อมต้องมีผู้ทุ่มเงินอัดฉีดรายใหม่เข้ามาเบียดชิงตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา ต่างไปจากสินค้าหรืองานบริการที่ได้ยอดจำหน่ายมาด้วยคุณภาพที่หมั่นปรับปรุงอยู่เสมอ ย่อมมีระยะเวลาที่ยืนอยู่บนแท่นยาวนานกว่า
 เห็นดูไบยามนี้แล้วอดคิดถึงธุรกิจหลายชนิดในประเทศไทยไม่ได้ เมื่อเห็นใครทำอะไรแล้วคึกคักขึ้นมามีลูกค้ามาก ก็จะมีคนแห่ตามกันสร้างความยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อดึงดูดจำนวนลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ โดยขาดการหาข้อมูลที่แท้จริงและคำนวณรายรับจากผลประกอบการจริง ทำให้ท้ายที่สุดต้องล่มจมขาดทุนตามกันไปเป็นแถวๆ แล้วมาร้องแรกแหกกระเชอหาคนช่วยเหลือกันเอาภายหลัง
 การล่มสลายของเศรษฐกิจดูไบในครั้งนี้ คงไม่ได้เกิดขึ้น เพราะมีพระเจ้ามูลเมืองไปเยือนอย่างที่มีคนค่อนขอดเอาไว้ แต่เกิดขึ้นจากความแตกตื่นที่ไม่ต่างไปจากคาวบอยตื่นทอง ทำให้มองข้ามข้อเท็จจริงและข้อมูลพื้นฐานทางธุรกิจไปต่างหากครับ

 

นายพัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ