ข่าว

ปลัดฯอบจ.ปทุมฯร่ำให้ขณะเล่านาทีถูกยิง

ปลัดฯอบจ.ปทุมฯร่ำให้ขณะเล่านาทีถูกยิง

29 ต.ค. 2552

“ปลัดปทุม” น้ำตานองหน้า ร่ำให้ต่อหน้า “กมธ.” ขณะเล่านาทีชีวิตถูกยิงเหตุขวางทุจริตซื้อคอม แฉ หน้าห้อง “บุญจง” กลั่นแกล้ง สั่งโยก 6 เดือนห้องทำงานถูกรื้อกระจุย วอน “กมธ.” คุ้มครองชีวิต หวั่นถูกลอบสังหาร

(29ต.ค.) ที่รัฐสภาฯมีการประชุมคณะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร มีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเพื่อรับฟังข้อมูลจากนางสิริณัฏฐ์ จตุรพรชัย ปลัดฯอบจ.ปทุม ธานี ที่ถูกลอบยิงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกมธ.ต่างสอบถามอาการบาดเจ็บและความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดยนางสิริณัฏฐ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ดวงตาข้างซ้ายไม่สามารถมองเห็นได้ปกติ ซึ่งแพทย์ระบุว่าหากดวงตาของตนไม่สามารถมองเห็นได้ภายใน 6 เดือน ก็คงจะเป็นเช่นนี้ต่อไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากนี้ กระดูกแขนข้างซ้ายทั้งท่อนแขนแตกละเอียดทั้งหมดทำให้ต้องดามเหล็กเอาไว้ รวมไปถึงกระดูกโหนกแก้มแตกร้าวจนต้องนำกระดูกเชิงกรานมาแปะแทน

 นางสิริณัฎฐ์ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดมาจากความขัดแย้งภายในอบจ.ปทุมธานี โดยเริ่มตั้งแต่กรณีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ซึ่งตนไม่ยอมเซ็นเนื่องจากเห็นว่ามีการล็อคสเปก ซึ่งตนได้ตรวจสอบข้อมูลในเรื่องนี้เพราะถือว่ามีคนร้องเรียนเข้ามาจนทำให้ถูกข่มขู่ว่าให้ยกเลิกถ้าไม่ยกเลิกตาย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากที่ถูกข้าราชการทำข้าราชการด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการเข้าใจผิดว่าตนสนับสนุนผู้สมัครรายหนึ่งในการเลือกตั้งนายกอบจ. โดยกล่าวหาว่าตนไม่ยอมแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ระยะเวลาการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป ทั้งที่หน้าที่ดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของตนแต่เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รวมไปถึงประเด็นการจัดซื้อที่ดิน 20 ไร่ ของ อบจ. วงเงิน 83 ล้านบาทด้วย

 นางสิริณัฏฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการตามหน้าที่ของตนทุกอย่าง มีเอกสารหลักฐานต่างๆชัดเจน แต่ตอนนี้ตนและลูกสาวถูกคุกคามอย่างหนักจนไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านพักได้ ล่าสุดมีผู้หวังดีโทรมาแจ้งตนว่าคนขับรถของผู้บริหารระดับสูงของอบจ.ปทุมธานีรายหนึ่งซึ่งเป็นคู่กรณีกันนั้น ได้ไปเช่ารถแท็กซี่มาขับ ซึ่งคนขับรถคนนั้นได้ขับวนไปวนมาบริเวณบ้านพักของตน ซึ่งลูกสาวได้บอกกับตนว่าเจอคนขับรถคนดังกล่าวแล้ว โดยคนขับรถคนนั้นได้ขับรถแท็กซี่จี้หลังรถลูกสาวตนมา เรื่องนี้ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในคดีนี้ไปแล้ว นอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูงรายดังกล่าวยังได้ฝากบอกเพื่อนของตนมาด้วยว่าไม่มีทางที่จะจับเขาได้ เพราะเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

 นางสิริณัฏฐ์ กล่าวว่า ตนถูกกดดันและกลั่นแกล้งมากมาย ไม่ว่าจะมีคำสั่งจากเลขานุการของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยให้ตนไปช่วยราชการอยู่หน้าห้องของนายบุญจงเป็นเวลา 6 เดือน ห้องทำงานของตนก็ถูกรื้อค้น ซึ่งทำให้ตนต้องสู้เพราะเราก็มีศักดิ์ศรี และในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้จะตนจะต้องไปทำงานแล้ว จึงอยากจะขอความคุ้มครองด้วย เพราะไม่รู้ว่าจากนี้ไปจะทำอย่างไรกับชีวิตดี ขณะนี้ตนต้องประกาศขายบ้าน เพราะหวาดกลัวเกรงว่าจะถูกลอบสังหารอีก รวมไปถึงต้องขายรถไป 1 คันเพื่อนำเงินมาเป็นค่ารักษากว่า 6 แสนบาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนางสิริณัฏฐ์ ชี้แจงจบลงกมธ.ต่างสอบถามความคืบหน้าของการดำเนินการเอาตัวผู้อยู่เบื้องหลังมาลงโทษ โดยกมธ.ที่เป็นอดีตนายตำรวจตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน ได้แนะนำให้นางสิริณัฏฐ์ ไปแจ้งความกับกองปราบปราม เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น รวมไปถึงนักการเมืองใหญ่ระดับรัฐมนตรีที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลท้องถิ่น จากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย นอกจากนี้กมธ.เห็นว่าควรที่จะให้ผู้ที่มีอำนาจในการโยกย้ายข้าราชการให้ช่วยดำเนินการโยกย้ายนางสิริณัฏฐ์ ให้ไปปฎิบัติหน้าที่ในอบจ.อื่น หรือช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี แทนที่จะต้องกลับไปทำหน้าที่เดิมเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากไม่ต้องเผชิญหน้ากับคู่กรณี

 ด้านนายสุพล ฟองงาม กมธ.จากพรรคเพื่อไทย และอดีตรมช.มหาดไทย กล่าวว่า กมธ.ต้องทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา เพราะคนที่ถูกกระทำคือข้าราชการที่ทำความดี แต่ถูกการเมืองเข้าไปแทรกแซงตั้งแต่ต้น เรื่องนี้จะไปหวังพึ่งทางกระทรวงมหาดไทยคงไม่ได้ ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรที่จะออกแอ๊คชั่นในเรื่องดังกล่าวมากกว่าที่เป็นอยู่ในการเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้กระผิด นอกจากนี้เห็นว่ากมธ.สามารถที่จะช่วยคุ้มครองนางสิริณัฏฐ์ได้ในเบื้องต้น โดยกมธ.อาจจะลงพื้นที่จ.ปทุมธานี เพื่อเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง