
DITP จัด DEWA ส่งเสริมผลผลิตเหลือใช้แปรรูปเป็นผลงาน
DITP จัด DEWA ส่งเสริมผลผลิตเหลือใช้แปรรูปเป็นผลงานสร้างสรรค์ในงาน STYLE Bangkok 2018
ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสินค้าด้านการเกษตรโดยสามารถส่งออกสินค้าทางการเกษตรไปสู่ตลาดโลกซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก และในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมทั้งการประกอบธุรกิจด้านการเกษตรในแต่ละครั้งนั้นจะมีวัสดุ และเศษพืชเหลือใช้ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก กรมส่งเสริมการค้านระหว่างประเทศ จึงเล็งเห็นว่าผลผลิตที่เหลือใช้จากการเกษตร พืชพรรณธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งวัสดุอื่นๆ ที่เหลือใช้ก็สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในเชิงสร้างสรรค์ได้ ซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ในที่สุด
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรรมเพื่อการค้า ในฐานะหน่วนงานที่ส่งเสริมและต่อยอดด้านนวัตกรรมและการออกแบบเพื่อตลาดการค้าระหว่างประเทศเล็งเห็นว่าเศษพืชธรรมชาติที่เหลือจากการเกษตรสามารถนำมาวิจัยและพัฒนาสร้างเป็นวัสดุต้นแบบใหม่ๆ เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อป้อนสู่วงการอุตสาหกรรมและการออกแบบได้ นอกจากนี้เศษพืชพรรณธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งวัสดุเหลือใช้อื่นๆ ก็ยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและสามารถสร้างมูลค้าเพิ่มได้ด้วยกลยุทธ์ทางการออกแบบอีกด้วย กิจกรรมการพัฒนาผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ (DESIGN from Waste of Agriculture) หรือ DEWA จึงได้ริเริ่มเกิดขึ้น ซึ่งดำเนินการครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 และต่อเนื่องเรื่อยมาจนปัจจุบัน
ในปีนี้การจัดกิจกรรม DEWA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ T – STYLE หรือ THAILAND STYLE เน้นการพัฒนาผลงาน 4 ประเภท คือ วัสดุต้นแบบ/วัสดุชนิดใหม่ (NEW Materials) สินค้าแฟชั่น (Fashion Products) สินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Product) และบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ จากวัสดุทางเลือก (Packaging) มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม 40 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการในเมืองหลัก 29 ราย และผู้ประกอบการในเมืองรอง 11 ราย จาก 3 จังหวัด ได้แก่ พะเยา, ลำปาง และสุโขทัย
การพัฒนาผลงานในกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินการโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ คือ กลุ่ม ISSARAPHAP DESIGN และ ARISARA STUDIO ซึ่งเป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีความชำนาญด้านการออกแบบและพัฒนาสินค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาร่วมโครงการ จุดเด่นของโครงการในครั้งนี้นอกเหนือจากการพัฒนาสินค้ารายบริษัท ยังเน้นการนำแนวคิด co-branding ซึ่งหยิบยกจุดเด่นต่างๆ ระหว่างผู้ประกอบการ 2 ราย เช่น จุดเด่นของวัสดุ จุดเด่นด้านการผลิต จุดเด่นด้านการออกแบบ และอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสในการออกแบบและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น
ผลงานไฮไลท์จากกิจกรรม DEWA ในปีนี้ อาทิ ผลงาน Aromatic Table Lamp โดยบริษัท Thai Techno Glass Co., Ltd. จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีการผลิตสินค้าประเภทกระจก โดยปกติแล้วในอุตสาหกรรมกระจกจะมีเศษกระจกเหลือใช้รวมทั้งตะกรันของกระจก (foam glass) จากท่อน้ำทิ้งจำนวนมาก จึงมีการนำตะกรันของกระจกซึ่งมีส่วนผสมของซิลิกา (silica dust) มาพัฒนานวัตกรรมเพื่อต่อยอดเป็นเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ ที่สามารถใส่น้ำมันหอมระเหยโดยใช้ความร้อนจากแสงไฟจากโคมไฟเพื่อให้มีกลิ่นบำบัดได้ อย่างไรก็จตามเศษผงจากกระจกของ Thai Techno Glass ยังมีคุณสมบัติที่ดีในการพัฒนาต่อยอดเป็นน้ำเคลือบเซรามิค จึงได้มีการทำงานงานต่อเนื่องร่วมกันกับแบรนด์ Yarnnakarn Studio จังหวัดกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าเซรามิค แนวดีไซน์ ปรากฏว่าการนำน้ำเคลือบที่พัฒนานี้ไปใช้กับเซรามิคของ Yarnnakarn ทำให้เกิดผลงานในรูปแบบใหม่ที่มีสีสันของน้ำเคลือบที่ดูแวววาว และไม่สม่ำเสมอในชิ้นงานทำให้ผลงานชุดเซรามิคในครั้งนี้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้สินค้ากระจกของ Thai Techno Glass ยังสามารถสร้างสรรค์โดยเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในเมืองรอง คือ วัสดุใบบัว จากกลุ่มผู้ผลิตใบบัวจากเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยมีการนำใบบัวจริงๆ มาทดลองวิจัยผ่านกรรมวิธีต่างๆ กับกระจก จนได้เป็นผลงานตกแต่งผนัง wall art กระจกที่มีลวดลายธรรมชาติที่มีลักษณะพื้นผิว (texture) ของใบบัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเป็นนวัตกรรมสามารถผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวและเกิดคุณค่ามากยิ่งขึ้นกว่าระยะเวลา 5 เดือนที่ทีมออกแบบและพัฒนาสินค้าได้ศึกษาและทำวิจัยเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์วัสดุต่างๆไปต่อยอดและแปรรูปเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อให้สามารถสร้างโอกาสและทางเลือกใหม่ๆที่แตกต่างจากสินค้าเดิมที่มีอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง พบกับผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ได้นิทรรศการพิเศษ T – STYLE บริเวณ HALL EH 103 งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok 2018 ระหว่างวันที่ 17 – 21 ตุลาคม 2561 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา



