
กมธ.เชิญ'สตช.-กฤษฎีกา'แจงถอดยศ'แม้ว'
กมธ.การกฎหมายฯ เตรียมเชิญ สตช.-สลค.-กฤษฎีกา แจง เหตุถอดยศ-ริบคืนเครื่องราชทักษิณ4 พ.ย.นี้ หวั่นเลือกปฏิบัติ ยกคดี ถนอม-ชลอ เทียบ "ประชา" หน้าชา เจอสื่อถามกลับ เอาเรื่องอดีตเทียบปัจจุบัน เหตุกม.ริบเครื่องราชบังคับใช้ปี 47 ปากดี จับตาก่อน 5 ธ.ค.เกิดเรื่
(29ต.ค.) นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีมีการถอดยศตำรวจและริบคืนเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า คณะกรรมาธิการเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญต่อตำแหน่งของผู้นำประเทศ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับนายกฯในปัจจุบัน โดยการริบคืนเครื่องราชดังกล่าวอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยในวันที่ 4 พ.ย. เวลา 09.30 น.ห้อง 205 กมธ.การกฎหมายฯจะเชิญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) และกระทรวงยุติธรรม มาชี้แจง โดยในส่วนของสตช. ทางกมธ.จะสอบถามเกี่ยวกับการเร่งรัดดำเนินการถอดยศ เพราะมีข้อสงสัยว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาในอดีต มีนักการเมืองหลายคนที่ถูกคำพิพากษาจำคุกและถูกถอดยศ แต่ท้ายสุดก็มีการคืนยศให้ แต่บางรายเช่น พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ที่ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต แต่กลับยังไม่มีการเสนอให้ริบคืนเครื่องราชหรือถอดยศแต่อย่างใด ดังนั้นกมธ.จึงจะสอบถามทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ และต้องการทราบว่าใช้วิธีการหรือแนวทางอย่างไรในการพิจารณาถอดยศ
นายประชา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กมธ.การกฎหมายฯ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับที่มาการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จากการตรวจสอบพบว่ามีหลักฐานเอกสารชัดเจนโดยเป็นการลงนามของนายอภิสิทธิ์ ที่กรอกในประวัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองว่า “ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2535 ขอรับรองว่าข้อความนี้เป็นความจริง ลงชื่อนายอภิสิทธิ์” ต่อมาตรวจสอบพบว่ามีหนังสือลึกลับส่งมาให้นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์แจ้งให้แก้ไขเอกสารให้ถูกต้องเป็นวันที่15 ม.ค.โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากมีสมาชิกจำนวนมากกว่า2 ล้านคน จึงบันทึกข้อมูลผิดพลาด ทั้งที่ความจริงนายอภิสิทธิ์เป็นส.ส.ทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้นอาจเป็นกรณีที่นำไปสู่การพิจารณาริบเครื่องราชและถอดยศได้หรือไม่ เนื่องจากนายอภิสิทธ์ก็ได้รับยศเป็นร.ท.
นายประชา กล่าวว่า ตนเห็นว่าการเสนอถอดยศและริบเครื่องราชพ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นการเพิ่มความขัดแย้งในประเทศจนอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองในภาคประชาชน เนื่องจากขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มที่จะออกมาชุมนุมใหญ่ ขณะที่สหภาพการรถไฟก็มีการหยุดเดินรถ ดังนั้นสงครามประชาชนไม่ได้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดการณ์ เพียงแต่ตนวิเคราะห์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมั่นใจว่าไม่เกินวันที่ 17 พ.ย. วันที่ 30 พ.ย. และก่อนวันที่ 5 ธ.ค. จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำเรื่องจอมพลถนอม กิตติขจร หรือพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศมาเทียบเคียงได้อย่างไร เพราะระเบียบการถอดยศและริบเครื่องราชเริ่มบังคับใช้ปี 2547 นายประชา กล่าวว่า กมธ.ต้องการทราบว่าสตช.มีเจตนาและกระบวนการพิจารณาอย่างไร หรือมีใครเป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และเราต้องการโยงให้เห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติหรือไม่
เมื่อถามย้ำว่ากฎหมายเรื่องการถอดยศและริบคืนเครื่องราชเริ่มบังคับใช้เมื่อปี2547 จะนำคดีในอดีตมาเทียบเคียงได้อย่างไร ปรากฏว่า นายประชาได้นิ่งไปชั่วขณะก่อนจะตอบเลี่ยงว่า กมธ.การกฎหมายมีความสนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนไม่ได้สนใจในด้านกฎหมาย ความเป็นธรรมไม่มีกำหนดว่าเป็นพ.ศ.ไหน



