
"อภิสิทธิ์"ยันถอดยศแม้ว"ไม่ใช่นโยบายรัฐ
อภิสิทธิ์" ยันถอดยศ ทักษิณ" ไม่ใช่นโยบายรัฐบาล แต่เป็นขั้นตอนตามปกติ ลั่น ปฏิบัติเหมือนกับทุกคนปกติไม่มีการกลั่นแกล้ง
(29ต.ค.) เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินการถอดยศ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องนโยบาย แต่เป็นขั้นตอนตามปกติเวลาคนที่รับราชการ มียศ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เวลาถูกศาลลงโทษตัดสินทุกคนก็จะมีกระบวนการนี้เกิดขึ้น บังเอิญว่าก่อนหน้านี้มันมีข้อสงสัยเพราะว่ามันมีเรื่องของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ถามไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้นเมื่อทางกฤษฎีกาตอบมาเขาก็จะดำเนินการตามปกติ
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่มีการแย้งมาจากฝ่ายของอดีตนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องดังกล่าวเป็นพระราชอำนาจ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปก้าวก่ายใดๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราปฏิบัติกับคนทั่วไปอย่างไรก็ปฏิบัติอย่างนั้นไม่มีการทำอะไรเป็นกรณีพิเศษ ยกเว้นที่ไปสอบถามความเห็นเรื่องกฎหมาย เมื่อถามว่ากรณีของนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมว.สาธารณสุข ถูกเรียกคืนเครื่องราชฯด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าทุกคนที่เข้าข่ายก็ต้องเหมือนกันหมด
เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีนักการเมืองเข้าข่ายในลักษณะนี้บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะไปตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อยุติ เพียงแต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่เขาดำเนินการตามขั้นตอนตามปกติทุกอย่าง นโยบายของรัฐบาลคือการดำเนินการตามปกติ
เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจุดปัญหาดังกล่าวจะกลายเป็นประเด็นทำให้การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงมีน้ำหนักมากขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนก็ต้องทำ แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่ทำก็มีอยู่เท่านั้น ทุกอย่างอยู่ที่กฎระเบียบอยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่าจะกลายเป็นว่าขณะนี้มีแรงกดดันเพื่อไม่ให้มีการทำตามกฎหมายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็จะมีแรงกดดันจากทุกฝ่าย คือถ้าเอาเรื่องความชอบไม่ชอบเป็นตัวตั้งก็ไม่จบ ถ้าเอาเรื่องกฎระเบียบเป็นตัวตั้งสังคมก็จะหาคำตอบได้ อย่างไรก็ตามหลักของเรื่องดังกล่าวมีเพียงว่าปฏิบัติกับทุกคนอย่างไรก็ปฏิบัติกับรายนี้เช่นนั้นเท่านั้นเอง”
ผู้สื่อข่าวถามว่านายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ อ้างว่าการเมืองบีบคณะกรรมการกฤษฎีกา นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้อนถามว่า “ใครครับ” เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็นคำพูดของนายนพดลอ้างว่าการเมืองเข้าไปบีบการทำงานของกฤษฎีกา นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี พร้อมย้อนถามว่า “การเมืองที่ไหนครับ ผมยังไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าเรื่องอยู่ที่กฤษฎีกา จนกระทั่งเรื่องกลับเข้ามานี่แหละครับ”
เมื่อถามว่าชี้แจงได้หรือไม่ว่ากรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกรณีแรก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เขาต้องทำเรื่องขึ้นมาและเราก็จะตรวจสอบไป ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าเป็นการกลั่นแกล้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “คุณทักษิณก็บอกทุกเรื่องเป็นการกลั่นแกล้งหมดนั่นแหละ เวลาถูกศาลตัดสินก็บอกว่ากลั่นแกล้ง แต่เวลาที่ตัวเองชนะคดีก็ไม่บอกว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหา"
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้ามาที่ประเทศกัมพูชาในช่วงวันลอยกระทง นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ทราบ ยังไม่ได้ยิน เมื่อถามว่าถ้าอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเป็นแขกส่วนตัวและพักอยู่ที่บ้านของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะดำเนินการหรือมีปฏิกิริยาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าเข้าไปจริงก็ดำเนินการตามกฎหมายอย่างที่เคยบอกไว้
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรที่มีการใช้ทุกกระบวนการกดดันการทำงานของรัฐบาลและกฎหมายของบ้านเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมยืนอยู่อย่างเดียวคือผมทำตามกติกา ตามกฎ ไม่มีการเลือกปฏิบัติเท่านั้นเอง รัฐบาลขอยืนยันว่าบ้านเมืองจะอยู่ได้ สังคมจะมีความแตกต่าง ขัดแย้งกันปกติธรรมดาเหมือนกับทุกสังคม ทุกคนก็ต้องเคารพกฎกติกา เมื่อทุกคนเคารพกฎกติกาก็จะมีคำตอบ และขอให้ความมั่นใจว่าถ้าใครคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ขอให้ร้องเรียนมาตามกระบวนการที่มีอยู่ซึ่งก็จะมีการพิจารณากันไป เพียงแต่ต้องยอมรับกติกา”
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเคลื่อนไหวของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่อ้างเป็นคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนและเตรียมเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย หลังที่เดินทางไปกัมพูชามา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นทางคณะกรรมาธิการฯบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขา เมื่อถามว่าแต่ทางประธานคณะกรรมาธิการฯชุดดังกล่าวออกมายอมรับว่ามอบหมายให้พล.อ.ชวลิตไปดำเนินการในเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่สับสนเรื่องระบบ แต่น่าจะเป็นเรื่องการทำงานของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามก็ต้องไปดูว่าถ้าประธานไปทำอะไรแล้วกรรมาธิการฯเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของกรรมาธิการฯ เขาก็ต้องไปว่ากันเองถือเป็นเรื่องภายในของกรรมาธิการ
เมื่อถามว่าจะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่เพราะนายกรัฐมนตรีมาเลเซียกำลังจะเดินทางมา แต่พล.อ.ชวลิต ตัดหน้าเดินทางไปก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่านักการเมืองไทยจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านจะไปพบปะกับใครที่ไหนทำได้ทั้งนั้น ขออย่างเดียวเมื่อไปแล้วทำให้เป็นประโยชน์กับประเทศ อย่าไปทำอย่างอื่น



