
ผู้ว่าฯ สั่งสอบนายทุนรุกสุสานชาวเล
คลิปภาพข่าวโดย...อโนทัย งานดี
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ที่ ศาลากลางจังหวัดพังงา อ.เมืองพังงา นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเล นำกลุ่มชาวมอแกลน หรือ ชาวเล ทั้งเด็กๆ หนุ่มสาวและผู้สูงอายุ จำนวนกว่า 50 คน เดินทางเข้าร้องเรียนและยื่นหนังสือให้กับ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับที่ดินสุสานของกลุ่มชาวเล จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดพังงา
โดยมีข้อเรียกร้องขอให้กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเร่งขั้นตอนการประกาศที่ดิน น.ส.ล. ประเภทป่าช้าของกลุ่มชาวเล และขอให้กันพื้นที่ โดยให้มีการจัดทำแนวรั้วรอบแนวเขตสุสานให้มั่นคงและเป็นสัดส่วน ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งหยุดการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่สุสานที่เป็นการทำลายหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ นอกจากการใช้ฝังหรือฌาปนกิจตามจารีตประเพณีของชาวเลเท่านั้น
และขอให้จังหวัดพังงาตั้งคณะกรรมการดูแลพื้นที่ น.ส.ล. ป่าช้าชาวเล โดยมีนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. ตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ และตัวแทนชาวเลที่มีการฝังศพบรรพบุรุษและญาติในอำเภอหรือจังหวัดนั้นๆ ไม่น้อยกว่าครึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
หากประชาชนในพื้นที่มีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ส่วนรวม ให้จังหวัดจัดหาที่ดินในการใช้พื้นที่อื่นให้แทน แต่หากไม่มีทางออกก็ต้องใช้พื้นที่สุสานให้น้อยที่สุด โดยต้องคำนึงถึงการไม่ทับหรือทำลายหลุมฝังศพของชาวเลเป็นอันดับแรก
นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเล กล่าวว่า ชาวเลจากพื้นที่ ตะกั่วป่า ท้ายเหมือง และตะกั่วทุ่ง ได้เข้าร่วมยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อให้ทางจังหวัดช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับที่ดินสุสานของกลุ่มชาวเล จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ของรัฐ และได้ถูกบุกรุกโดยการเข้าไปใช้ประโยชน์ผิดประเภท ซึ่งทุกศาสนาต่างก็มีที่สุดท้ายของชีวิต แต่ว่าชาวเลซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อยู่มาแต่ดั้งเดิม กลับไม่มีความมั่นคงในเรื่องนี้ สิ่งที่ชาวเลมาเรียกร้องในวันนี้ คือเรื่องของความมั่นคงในพื้นที่ฝังร่างสุดท้าย ซึ่งน่าจะมีเหมือนกับศาสนาอื่นๆ ดังนั้น เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ภาครัฐจะต้องจัดพื้นที่สุสานให้แก่ชาวเลได้มีพื้นที่ฝังศพตามความเชื่อของบรรพบุรุษ
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา กล่าวว่า ทางจังหวัดจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจแนวเขต และออกหนังสือ น.ส.ล. ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลพื้นที่สาธารณประโยชน์ พื้นที่ป่า และพื้นที่อื่นๆ เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน และจะต้องบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน
และได้มอบหมายให้ นายพงษ์ศักดิ์ คารวานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำหน่วยงานที่เกียวข้องลงพื้นที่ บ้านปากวีป ม.1 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่กลุ่มชาวเลกล่าวอ้างว่ามีนายทุนบุกรุกพื้นที่ น.ส.ล. ที่เป็นสุสานฝังศพของชาวเล



