ข่าว

แวะเยือน อบต.ท่าหินโงม สัมผัส
ตะวันอาบสีหินขาว ภูแลนคา ชัยภูมิ

แวะเยือน อบต.ท่าหินโงม สัมผัส ตะวันอาบสีหินขาว ภูแลนคา ชัยภูมิ

30 ต.ค. 2552

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนระลอกใหม่จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เหมือนเป็นการเป่านกหวีดออกสตาร์ทฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว

 แม้ว่า มอหินขาว บ้านวังคำแคน ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ มีขอบเขตความรับผิดชอบ 1 ตำบล 11 หมู่บ้าน พื้นที่ 43 ตารางกิโลเมตร

 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติ "ภูแลนคา" ของจังหวัดนี้ และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สถานที่แห่งนี้เข้ามาอยู่ในใจของนักท่องเที่ยวหลังถูกบรรจุเป็นหนึ่งใน โครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งที่โครงการนี้มีความเคลือบแคลงของคนในหน่วยงานนี้อยู่บ้าง

 ความเชื่อเกี่ยวกับที่นี่ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ทุกคืนวันพระจะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา บริเวณหิน 5 ก้อน คนจึงเรียกที่นี่ว่า มอหินขาว สันนิษฐานตามหลักวิชาการว่าหินเหล่านี้จะมีอายุราวๆ 175-195 ล้านปี ประกอบด้วย ตะกอนทรายแป้ง ดินเหนียว หินโคลน หินทรายสีม่วง สภาพแวดล้อมทั้งลมและน้ำกัดเซาะอย่างต่อเนื่องกลายเป็นรูปทรงแปลกตา ท่ามกลางพื้นที่โล่งสลับกับทุ่งหญ้า

 ความโดดเด่นของก้อนหินสีขาวที่เปลี่ยนสีไปตามสีของตะวันที่สาดส่องกระทบ แต่ก่อนที่นี่เป็นป่ารกชัฏ แต่ด้วยความต้องการพื้นที่ในการเพาะปลูของชาวบ้านจึงได้แผ้วถางใช้ประโยชน์ทำกิน ถนนลูกรังที่รอการปรับปรุงเพื่อรองรับผู้มาเยือน เลี้ยวลัดไปตามทางเส้นทางผ่านไร่มันสำปะหลังและป่ายูคาลิปตัสสลับกัน ค่อยๆ สูงขึ้นไปจนถึงความสูงประมาณ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลานจอดรถมีรถจอดอยู่ก่อนหน้าที่เรามาถึงใกล้กันเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากสัมผัสด้วยตาตนเอง กลุ่มก้อนหินสีขาวขนาดใหญ่ 5 แท่งเหมือนผุดขึ้นจากพื้นดิน เรียงหน้ากระดาน ขนาดเทียบเคียงได้กับตึกอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น โดดเด่นอยู่กลางทุ่งดอกหญ้า

  จุดแรกเรียกกันว่า กลุ่มเสาหิน กลุ่มต่อมาเป็นหินเจดีย์ หินโขลงช้าง มีหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปก้อนไม่ใหญ่มากนัก รูปทรงราวกับว่ามีโขลงช้างหมอบอยู่ในบริเวณนี้ และก้อนหินรูปทรงต่างๆ ให้ได้จินตนาการตาม

 ประสบการณ์และความคุ้นเคย จุดนี้เดินลงไปด้านล่างจะมีก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายหน้าคน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในมุมมองแบบพาโนรามาได้สุดลูกหูลูกตา
 จุดท้ายสุด ลานหินต้นไทร เป็นกลุ่มหินขนาดเล็ก กล้วยไม้ดิน และดอกหญ้า พร้อมอวดโฉม ราวๆ เดือนกันยายน-ตุลาคม ออกแรงเดินขึ้นเนินไปไม่ไกลเป็นจุดชมวิว ผาหัวนาก เมื่อได้ขึ้นยืนที่จุดนี้ คล้ายกับแผ่นดินสุดอยู่ที่ตรงนี้ มองเห็นทิวเขาอีกฝั่งตรงกันข้ามอยู่ไกลออกไป เหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดิน

 ด้วยความโดดเด่นทางกายภาพของก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายเป็นกลุ่มก้อนทำให้นึกถึงเสาหินสโตนเฮนจ์เลื่องชื่อของอังกฤษ แม้ตำนานและข้อสันนิษฐานของการเกิดขึ้นจะต่างกันเหมือนหนังคนละเรื่อง แต่ที่นี่ธรรมชาติสร้างมาให้คนเดินดินได้สัมผัสอย่างตรงไปตรงมา ขอเพียงดูแต่ตาไม่ต้องฝากร่องรอยผู้พิชิต ให้ผู้มาทีหลังระอากับการกระทำ

"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]