ข่าว

ฉัตรชัย ตรวจเขื่อนกระเสียวปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60

ฉัตรชัย ตรวจเขื่อนกระเสียวปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60

17 ต.ค. 2561

"ฉัตรชัย" ตรวจ "เขื่อนกระเสียว" หลังปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60 ย้ำ หามาตรการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ให้ขับเคลื่อนแผนอย่างบูรณาการ ปชช. มีส่วนร่วม

 

         เมื่อวันที่ 17ต.ค.61 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) และนายทวีศักดิ์  ธนเดโชพล รองอธิบดี กรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ําฤดูแล้ง ปี 2561/62 อ่างเก็บน้ํากระเสียว ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าวสถานการณ์น้ำในภาพรวม ณ วันที่ 16 ต.ค. 61 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 56,915 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 80 มีน้ำใช้การได้ 33,372 ล้าน ลบ.ม. จัดว่ามีน้ำอยู่ในระดับดีมาก แต่ปริมาณฝนกระจุกตัว ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 มี 16 แห่ง แต่ในขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60 มีถึง 8 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนแม่มอก เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ภาคอีสาน 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนมูลบน และ เขื่อนลำนางรอง ภาคกลาง 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนกระเสียว และ เขื่อนทับเสลา 

 

                ฉัตรชัย ตรวจเขื่อนกระเสียวปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เขื่อนกระเสียวเป็น 1 ใน 2 เขื่อนภาคกลางที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60 ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 105 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 35 เป็นน้ำใช้การได้ 65 ล้าน ลบ.ม. จึงถือโอกาสเน้นย้ำทุกหน่วยงาน เตรียมมาตรการลดผลกระทบความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดไว้ล่วงหน้า โดยการทำงานเชิงรุกในการคาดการณ์สภาพอากาศ วางแผนช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง และสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนเกษตรกร และขับเคลื่อนแผนอย่างบูรณาการ โดยเน้นย้ำการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งต้องขอชื่นชมคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการ หรือ คณะกรรมการ JMC ของเขื่อนกระเสียว มีความเข้มแข็งมากที่เห็นได้ชัดเจนในปี 2558/59 ทั้งนี้ เขื่อนกระเสียวมีน้ำน้อยมาก แต่สามารถบริหารจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี โดยขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ใช้น้ำในการงดทำการเกษตรทั้งพื้นที่ ทำให้มีน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำรักษาระบบนิเวศ ผ่านวิกฤตแล้งไปได้ นับเป็นแบบอย่างการบริหารจัดการน้ำโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่นำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ที่อาจจะต้องประสบปัญหาในช่วงฤดูแล้งเช่นเดียวกัน

        ฉัตรชัย ตรวจเขื่อนกระเสียวปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 60

           "นอกจากการบริหารจัดการน้ำต้องสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อจัดสรรน้ำที่มีอยู่ตามความเร่งด่วนตามลำดับ ได้แก่ น้ำอุปโภคบริโภค น้ำรักษาระบบนิเวศ น้ำเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม และ อื่นๆ แล้ว ต้องหาวิธีการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ได้แก่ การใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ การผันน้ำ การขุดเจาะบ่อบาดาล การจัดรถขนส่งน้ำ และ การปฏิบัติการฝนหลวง ขณะเดียวกันในระหว่างที่เกิดวิกฤตแล้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้คำแนะนำช่วยเหลือเกษตรกร ให้หลีกเลี่ยงการทำการเกษตรที่ไม่ได้ผล และมีทางเลือกในการทำการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย หรือประกอบอาชีพอื่นๆ ที่ทดแทนรายได้ รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่จะให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งอาจจะพิจารณานำแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูแล้งปี 2558/59 มาดำเนินการปรับใช้ด้วย" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว