ข่าว

ขอหมายจับหนุ่มหื่นแชทลวงสาวข่มขืนกักขัง

ขอหมายจับหนุ่มหื่นแชทลวงสาวข่มขืนกักขัง

15 ต.ค. 2561

ตร.ตลิ่งชัน ขออนุมัติศาลออกหมายจับหนุ่มหื่น แชทลวงสาวข่มขืนกักขัง

 

 

          จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน บก.น.7 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน เร่งติดตาม นายศาสฑฎา บัวทอง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 467 ซอยบางระมาด 11 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธฯ, ข่มขืนกระทำชำเราฯ และกักขังหน่วงเหนี่ยว น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งถูกผู้ต้องหาที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก แชทชักชวนผู้เสียหายไปเที่ยว ก่อนขับรถไปรับผู้เสียหายพาไปผับย่านตลิ่งชัน พร้อมนำตัวเหยื่อสาวไปข่มขืนและกักขัง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

ขอหมายจับหนุ่มหื่นแชทลวงสาวข่มขืนกักขัง

 

 

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ ชุดสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ระบุว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้รวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาล เพื่อขออนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ไม่พบว่าผู้ต้องหามีคดีอื่นติดตัว แต่พบว่าเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว โดยก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า นายภคพงษ์ และเมื่อปี 2552 ผู้ต้องหาเคยทำงานที่บริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนลาออกไปเป็นลูกจ้างที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เบื้องต้นคาดว่า ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านญาติในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กำลังดำเนินการติดตามจับตัวมาดำเนินคดี

 

 

ขอหมายจับหนุ่มหื่นแชทลวงสาวข่มขืนกักขัง

 

          ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผู้ต้องหาตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าผู้ต้องหากำลังหลบหนี และกบดานอยู่ ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหามีฐานะปานกลาง โดยมารดาเป็นครู ส่วนบิดาเป็นอดีตตำรวจ และจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และชอบแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมักจะสร้างรูปโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กให้ดูหน้าเชื่อถือ เพื่อเอาไว้หลอกลวงผู้อื่น

 



          อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า ก่อนที่เหยื่อจะสามารถหลบหนีออกมาได้นั้น ได้ถูกบังคับไปกดเอทีเอ็ม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีบรรดาแม่ค้าได้สังเกตความผิดปกติตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ดังนั้น จึงได้เฝ้ามองและจับตาพฤติกรรมของคนร้ายอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเหยื่อตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ จึงทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ กำลังทำงานอย่างเต็มที่ และน่าจะได้ข่าวดีภายใน 2-3 วันนี้