ข่าว

จี้ "คสช." งดใช้อำนาจ

จี้ "คสช." งดใช้อำนาจ

14 ต.ค. 2561

เวทีปชช. จี้ "คสช." งดใช้อำนาจแทรกแซงเลือกตั้ง - "พรรคการเมือง" ทำสัตยาบรรณเลือกตั้งสุจริต-หาเสียงไม่ขัดแย้ง หวังเลือกตั้ง 62 แก้ปัญหาปชต.-ปชช. ผ่านตัวแทนในสภา

 

          วันที่ 14 ต.ค. 2561 - เครือข่ายคนต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและเกิดผลเป็นรูปธรรม (FFFE- Free Fair & Fruitful Election) จัดเสวนา เรื่อง การเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรมกับอนาคตสังคมไทยและการเมือง มุมมองจากภาคประชาชน และตัวแทนพรรคการเมือง 

 

         สำหรับเวทีแรก ในมุมมองภาคประชาชน เชื่อว่าการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และเกิดผลในทางปฏิบัติจะเกิดขึ้นได้ หากรัฐบาล คสช. ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนต่อการงดใช้อำนาจแทรกแซงการเลือกตั้ง ขณะเดียวกับพรรคการเมืองรวมทำข้อตกลงร่วมกันหรือทำสัตยาบรรณร่วมกันว่าจะเดินหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์ ไม่จุดชนวนความขัดแย้ง

 

จี้ "คสช." งดใช้อำนาจ

 

          โดยนายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ ประชาชนถูกความกลัวเข้าครอบงำ เพราะการใช้อำนาจจัดการกับคนที่เห็นต่าง ด้ังนั้นการเลือกตั้งที่จะมาถึงควรต้องทำให้สังคมปราศจากความกลัวจากอำนาจดังกล่าวด้วย สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ มีข้อเสนอถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองร่วมสัตยาบรรณหรือประกาศข้อตกลงร่วมกัน โดยก่อนการเลือกตั้งต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ใช่กลไก ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ หรือให้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงสร้างความเกลียดชังของประชาชน ขณะเดียวกันต้องให้การหาเสียงเลือกตั้งไม่ตกภายใต้อิทธิพลหรือความกลัวใดๆ ขณะที่ระหว่างการเลือกตั้ง รวมถึงหลังการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกนายกฯ​คนนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอชื่อ ต้องประกาศชัดเจนว่าจะไม่เลือกบุคคลที่ไม่อยู่ในบัญชีนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯคนต่อไป

 

          "ผมเชื่อว่าหากการเลือกตั้งมีอิสระ เสรี และเป็นธรรม กระบวนการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลจะไม่เป็นไปตามหวัง แม้จะมีพรรคการเมืองตั้งขึ้นใหม่หลายพรรค อาจไม่ชนะ เพราะสิ่งที่ตอบโจทย์ได้คือผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้จะมีความพยายามอำนาจรัฐ หรืออิทธิพลแทรกแซงกระบวนการหาเสียงเลือกตั้งก็ตาม" นายเอกพันธุ์ กล่าว

 

จี้ "คสช." งดใช้อำนาจ

 

          ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็คเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 2562 ถือเป็นการเลือกตั้งของ คสช. เพราะ คสช. เป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ตีความเนื้อหา และเป็นผู้ที่จะลงเล่นในสนามการเมืองด้วยตนเอง ดังนั้นหากจะสร้างการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและเสรีจริง ต้องยกเลิกคำสั่งหรือประกาศ​คสช.​ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมทางการเมือง ทั้งการชุมนุม, การควบคุมข่าวสารของสื่อมวลชน และ การทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ขณะเดียวกันตนมองว่า คสช. ยังมีอำนาจที่จะตัดสินใจประกาศวันเลือกตั้ง แม้จะระบุว่าจะเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่เมื่อสถานการณ์ที่คสช. ไม่พร้อมอาจเลื่อนเวลาดังกล่าวได้เพื่อให้ตนเองได้ผลเลือกตั้งตามที่ต้องการ 

 

          "การเลือกตั้งภายใต้บรรยากาศ และเครื่องมือ คสช.หากไม่เปลี่ยนหรือแก้ไข จะเป็นการเลือกตั้งของ คสช. โดย คสช. และ เพื่อ คสช. หากให้ คสช. กลับมาดำรงตำแหน่งอำนาจรัฐ ซึ่งผมมองว่าไม่ใช่การเลือกตั้งโดยชอบอย่างแน่นอน ดังนั้นการเคลื่อนไหวที่สำคัญ​คือร่วมลงชื่อยกเลิกคำสั่ง คสช. ล่าสุดนั้นมีผู้ร่วมสนับสนุน 5,000 คน นอกจากนั้นในวันเลือกตั้งทุกคนต้องออกไปเลือกตั้งภายใต้ความเข้าใจในกติกาที่ถูกต้องให้มากที่สุด" นายยิ่งชีพ กล่าว

 

จี้ "คสช." งดใช้อำนาจ

 

          ขณะที่นายบุญยืน สุขใหม่ ตัวแทนสมัชชาคนจน กล่าวว่า การเลือกตั้ง ปี 2562 ถือเป็นความหวังที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเรียกร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้แก้ปัญหากลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งการชุมนุม หรือ ผ่านตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามตนต้องการให้การเลือกตั้งยุติธรรม โดยรัฐต้องยุติการแทรกแซงทางการเมือง และสืบทอดอำนาจรัฐบาลทหาร
​ 

          นายขุนกลาง ขุขันชิน เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กติกาและกฎหมายที่เกี่ยวกับการเมืองถือเป็นกติกาที่จะสร้างความล้มเหลวให้กับการเมือง อาทิ กระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. จำนวน 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง โดย คสช. ทั้งนี้การเมืองช่วงต่อไป ตนมองว่าหากขาดการตรวจสอบ ถ่วงดุล จะทำให้เกิดปัญหา.