ข่าว

สายลับพันหน้าชี้ช่องจับโจรชิงทองทำผู้การแต้มฉุน

สายลับพันหน้าชี้ช่องจับโจรชิงทองทำผู้การแต้มฉุน

28 ต.ค. 2552

ผู้การแต้มยัวะควันออกหูถูกขโมยผลงาน บก.น.4 ชิงเสนอผบช.น.จัดแถลงข่าวจับผู้ต้องหาบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง ย่านลาดพร้าว ทั้งที่เป็นฝ่ายไล่จับ เปรย "คนทำไม่ได้ดี" ด้านผกก.ลาดพร้าว ยันไม่มีตำรวจเข้าไปก้าวก่ายหรือแย่งผลงานใคร ระบุอาจเป็นการเข้าใจผิด

 จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปจี้ชิงทรัพย์ทองรูปพรรณจากห้างเพชรทองอึ้งเฮงหลี เยาวราช ตั้งอยู่หน้าห้างแม็คโคร สาขาลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. โดยกวาดเอาทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 16 บาท มูลค่าประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนก่อเหตุแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น

 ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. แถลงผลงาน พ.ต.ท.อนุรักษ์ พิมพ์พา สว.สส.สน.นางเลิ้ง นำกำลังจับกุม นายอนุกูล สวนบ่อแร่ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 หมู่ 4 ต.บางแก้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ พร้อมของกลางทองรูปพรรณน้ำหนักต่างๆ รวม 17 เส้น อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-ดำ ทะเบียน ษคธ 585 กรุงเทพมหานคร เสื้อยืดคอวีสีฟ้า 1 ตัว กางเกงขายาวสีดำ 1 ตัว รองท้าผ้าใบยี่ห้อพูม่า 1 คู่ และหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ สีดำ 1 ใบ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักผู้ต้องหา

 จากการสอบสวนทราบว่า หลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีแจ้งไปยัง บก.น.1 ผ่านโครงการ “สายลับพันหน้า” ว่าคนร้ายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดมีลักษณะคล้ายคนรู้จัก ต่อมาจึงแจ้งผ่านฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง ก่อนไปรายงานให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 หรือ "ผู้การแต้ม" รับทราบ จากนั้นจึงไปสืบสวนและติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดี

 นายอนุกูล ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นพนักงานจัดเรียงสินค้าที่ห้างคาร์ฟูร์ สาขาลาดพร้าว ต่อมาตกงานจึงไปหางานทำที่ห้างแม็คโคร พบว่าร้านทองดังกล่าวไม่ค่อยมีคนจึงวางแผนก่อเหตุโดยใช้เวลาไม่นาน หลังก่อเหตุได้กลับไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด โดยขายทองไป 9 เส้น ได้เงินมา 6 หมื่นบาท เอาไปใช้หนี้นอกระบบ และเที่ยวเตร่ เงินส่วนหนึ่งไปเล่นการพนันและซื้อยาเสพติดมาเสพ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ดูว่าเดินขากะเผลกนั้น เนื่องจากกางเกงตัวใหญ่ แต่ไม่ได้ขาเป๋

 พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ที่จับกุมได้เนื่องจากพลเมืองดีเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดจึงแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ จากนั้น พล.ต.ต.วิชัยจึงไปสืบสวนและติดตามจนพบคนร้าย ก่อนนำส่งให้ บก.น.4 สอบสวนออกหมายจับ และถือว่าเป็นการร่วมกันทำงานของทั้ง 2 บก. เบื้องต้นแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุอันควร

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผบก.น.1 และ ผบก.น.4 ไม่ได้มาร่วมแถลงข่าว เนื่องจากมีเหตุขัดแย้งเพราะ บก.น.1 รู้สึกถูกขโมยผลงานการจับกุมครั้งนี้ไปแถลงข่าว โดย สน.ลาดพร้าว ทำหน้าที่แค่สอบสวนผู้ต้องหา และขอหมายจับเท่านั้น ก่อนที่ บก.น.4 จะรายงานให้ ผบช.น.เพื่อแถลงข่าวภายหลังจาก บก.น.1 จับกุมตัวมาแล้ว ถึงขนาดเป็นเหตุให้ ผบก.น.1 พูดเปรยว่า “คนทำไม่ได้ดี แต่คนไม่ได้ทำกลับมานำเสนอ”

 เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 ซึ่งได้รับการปฏิเสธที่จะชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับตนและเรื่องดังกล่าวเป็นคนละพื้นที่กัน บก.น.4 ไม่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามต้องให้ผู้บังคับบัญชาสน.เป็นผู้ชี้แจง

 ด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลาดพร้าวไม่ได้เป็นผู้แสดงตัวว่าเป็นผลงานของสน.ลาดพร้าว แต่อย่างใด เพียงแต่ทำหน้าที่ออกหมายจับให้แก่สน.นางเลิ้ง ที่ได้เบาะแสของคนร้าย และหลังจากที่ได้ตัวคนร้ายมาแล้ว สน.ลาดพร้าว ในฐานะเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบคดีดังกล่าวก็มีหน้าที่สอบสวนผู้ต้องหาและนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

 พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวต่อว่า หลังจากที่สน.นางเลิ้งนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาส่งที่สน.ลาดพร้าว พนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำ ก่อนจะรายงานไปยัง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.จริงตามที่เป็นข่าว แต่รายงานเพียงแค่ว่าตัวผู้ต้องหาและของกลางอยู่ที่สน.ลาดพร้าว แต่สน.นางเลิ้งของบก.น.1 เป็นผู้จับกุม จะให้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางไปแถลงที่สน.นางเลิ้งหรือไม่ ผบช.น.บอกว่าคดีดังกล่าวเป็นเหตุสะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน ให้นำไปแถลงที่ บช.น. ตนจึงประสานไปยัง ผกก.สน.นางเลิ้ง ในฐานะชุดจับกุมให้เป็นผู้ไปแถลงข่าว แต่ปรากฏว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.นางเลิ้ง หรือบก.น.1 ไปแต่อย่างใด ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุ

 “การจับกุมดังกล่าวเป็นผลงานของ สน.นางเลิ้ง พื้นที่ บก.น.1 ผมต้องขอบคุณสน.นางเลิ้ง ที่จับกุมตัวคนร้ายมาได้ ร้านทองก็ยังฝากขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจของบก.น.1 มีความสามารถอย่างมาก แต่ผบช.น.บอกให้นำผู้ต้องหาและของกลางไปที่ บช.น. เราก็ต้องฟังผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ว่าจะไปแถลงข่าวเอง ผมขอยืนยันว่าไม่มีตำรวจของสน.ลาดพร้าวคนใดไปก้าวก่ายหรือต้องการแย่งผลงานเลย เพราะแม้แต่บันทึกจับกุมก็มอบให้สน.นางเลิ้งเป็นผู้จัดพิมพ์ และไม่ได้มีความขัดแย้งกัน แต่อาจจะเป็นเหตุเข้าใจผิด” พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าว