
เกาะติดราคาน้ำมันป้องดีเซลสูงเกิน
พลังงานเกาะติดราคาน้ำมันตลาดโลก ยันดีเซลยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ระบุหากแตะใกล้ 30 บาทต่อลิตรรัฐพร้อมแก้ปัญหาทันที ชี้อาจนำมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลับมาใช้
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า กระทรวงพลังงานเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบค่อนข้างผันผวน โดยปรับขึ้นลงในช่วง 78-79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความต้องการใช้ที่สูงขึ้น ส่วนราคาขายปลีกในประเทศ ส่วนของดีเซลบี 2 และบี 5 อยู่ที่ 28.19 และ 26.79 บาทต่อลิตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
“ราคาน้ำมันดีเซลขณะนี้ยังไม่ถึง 30 บาทต่อลิตร ขณะเดียวกันราคาตลาดโลกก็มีโอกาสทั้งปรับขึ้นและลดลง ดังนั้นคงต้องติดตามดูสถานการณ์ต่อไประยะหนึ่งก่อน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้สูงเกินไป เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน และเศรษฐกิจภาพรวม“ นพ.วรรณรัตน์ กล่าวและว่า หากราคาน้ำมันขึ้นไปใกล้แตะ 30 บาทต่อลิตร กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง คงต้องหารือเพื่อหามาตรการช่วยเหลือประชาชน เมื่อถึงเวลานั้นก็เป็นไปได้ที่ต้องหยิบมาตรการลดภาษีสรรพสามิตมาดูกันใหม่
ส่วนการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามารับภาระนั้น คงเป็นเรื่องยาก เพราะที่ผ่านมาได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปชดเชยภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว และกองทุนยังมีภาระในเรื่องอื่นๆ ทั้งการส่งเสริมพลังงานทดแทนต่างๆ การชดเชยก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) รวมถึงก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี)
นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ค่าการตลาดน้ำมันขายปลีกโดยเฉลี่ย ณ วันที่ 28 ตุลาคม อยู่ที่ 1.30 บาทต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าค่าการตลาดที่ธุรกิจน้ำมันควรอยู่ได้ที่ระดับ 1.50 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม หากเห็นว่าราคาน้ำมันขายปลีกสูงก็ควรต้องไปพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมันที่แท้จริงด้วย
“การปรับขึ้นราคาน้ำมันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการฉวยโอกาส จนทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่ง ปตท.พยายามประคับประคองราคาน้ำมันมาโดยตลอด“ นายวิทยา กล่าวและว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะมีการติดตั้งเอ็นจีวีในรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก และรถหัวลากจำนวนมาก ขณะที่ราคาเอ็นจีวียังตรึงอยู่ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม



