ข่าว

ชีวิตใหม่ของทหารเด็กศรีลังกา

ชีวิตใหม่ของทหารเด็กศรีลังกา

30 ต.ค. 2552

เมื่อพูดถึงกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลมในศรีลังกา สิ่งที่ตามมาคู่กันก็คือ ทหารเด็ก เพราะกบฏกลุ่มนี้ขึ้นชื่อเรื่องการกวาดต้อนเด็กตัวเล็กตัวน้อยไปจับปืนสู้รบเป็นอย่างมาก

 พอถอนรากถอนโคนกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬได้เมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลศรีลังกาเลยมีภาระในการนำทหารเด็กราว 570 คนที่จับกุมได้ไปเข้าค่ายฟื้นฟูจิตใจ พร้อมกับฝึกอาชีพให้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาจับอาวุธอีก

 ที่น่ายินดีคือ โครงการนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก อย่างที่ค่าย "อัมเบพุซซา" นั้น ทหารเด็กเกือบทุกคนจะกลับสู่สังคมได้ภายหลังเข้ารับการฟื้นฟูเป็นเวลา 1 ปี และผ่านการประเมินสภาพจิตแล้ว

 พล.ต.ดายา รัตนายาเก ผู้ดูแลค่ายฟื้นฟูทหารเด็กหลายแห่งทั่วประเทศ บอกว่า เด็กๆ พวกนี้ต้องเผชิญกับอันตราย ถูกพรากจากครอบครัว แถมยังต้องสูญเสียชีวิตวัยเด็กไปอีก สิ่งที่ทางการหวังก็คือจะส่งพวกเขากลับไปใช้ชีวิตปกติให้ได้มากที่สุด

 ฟังคำพูดของเด็กๆ เหล่านี้แล้วเล่นเอาน้ำตาไหล เพราะพวกเขาบอกว่าไม่ขออะไรมาก แค่ได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้งก็พอแล้ว

 ทว่า หลายคนไม่อาจทำเช่นนั้นได้เพราะสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาล้มหายตายจากไปในสงครามกลางเมืองหมดแล้ว

 ชีวิตในค่ายฟื้นฟูทหารเด็กนี้เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าแล้วมาเข้าแถวเคารพธงชาติ เรียนภาษาอังกฤษ และภาษาสิงหล ซึ่งเป็นภาษาทางการของศรีลังกา จากนั้นจะเป็นการฝึกอาชีพ อาทิ ช่างเหล็ก ช่างประปา ช่างตัดเย็บ หรือทำอาหาร

 ส่วนช่วงเย็นนั้นเป็นช่วงผ่อนคลายด้วยการดูทีวี ฟังเพลง หรือเล่นคริกเก็ต ซึ่งเป็นกีฬายอดฮิตของศรีลังกา

 วิโนยัน อดีตทหารเด็ก เล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังว่า พอถูกทหารกบฏจับได้เขาก็ถูกมัดไว้กับต้นไม้แล้วเฆี่ยนด้วยกิ่งปาล์ม หลังจากนั้น ทหารกบฏได้ให้เวลาเขาเพียง 10 วันฝึกใช้ปืนไรเฟิล แล้วก็ส่งไปแนวหน้าเลย ซึ่งตัวเขา และทหารเด็กทุกคนกลัวกันแทบบ้า สิ่งที่พวกเขาทำคือ แค่กราดยิงออกไปส่งๆ ซึ่งก็คงไม่ได้ยิงถูกใครเข้าแน่ๆ

 วิโนยันบอกว่าเคยฝันอยากเป็นข้าราชการ แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าหวังอะไรมาก ขอแค่ได้ชีวิตแบบธรรมดาก็พอแล้ว

 ฟังแล้วน้ำตาเล็ดอีกรอบ เพราะแค่ได้เข้ารับราชการ เด็กๆ พวกนี้ยังคิดว่าสูงเกินเอื้อมเลยค่ะ