ข่าว

สิงคโปร์หวั่นก่อการร้ายแบบอินโดฯช่วงจัดถกเอเปค

สิงคโปร์หวั่นก่อการร้ายแบบอินโดฯช่วงจัดถกเอเปค

28 ต.ค. 2552

สิงคโปร์-สิงคโปร์เตรียมอารักขาความปลอดภัยการประชุมสุดยอดเอเปคระดับสูงสุด หวั่นเกิดวินาศกรรมแบบเดียวกับที่จาการ์ตา

 สำนักข่าวดีพีเอรายงานเมื่อวันพุธ (28 ต.ค.) ว่าสิงคโปร์ ที่กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ในวันที่ 14-15 พฤศจิกายน ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยเป็นระดับสูงสุด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุวินาศกรรมแบบเดียวกับเหตุระเบิดพลีชีพโรงแรมหรู 2 แห่งในกรุงจาการ์ตา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 นายโฮ เผิง กี รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายมหาดไทยของสิงคโปร์ แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ทราบดีว่า สิงคโปร์ยังตกเป็นเป้าการโจมตีของผู้ก่อการร้าย และภัยดังกล่าวเป็นความท้าทายสำหรับภูมิภาค แม้เมื่อไม่นานมานี้ จะมีการจุบกุมและสังหารผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นที่ต้องการตัวไปได้หลายคน รวมทั้งนายนูร์ดิน โมฮัมหมัด ท็อป ที่ถูกสังหารในอินโดนีเซียด้วยก็ตาม แต่ผู้ก่อการร้ายก็ยังหาโอกาสที่จะโจมตี และอาจพยายามฉวยโอกาสตอนที่มีการจัดการประชุมสำคัญที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ เพื่อทำให้เกิดความเสียหายอย่างสูงสุด

 ทั้งนี้ เพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังเกิดเหตุระเบิดในกรุงจาการ์ตา สิงคโปร์ได้เพิ่มความเข้มงวดในด้านมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการโรงแรม ด้วยการเรียกร้องให้บรรดาโรงแรมเตรียมขั้นตอนฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ รวมถึงการอบรมพนักงานและซ้อมเลียนแบบสถานการณ์ต่างๆ ด้วย

 อย่างไรก็ดี นายซิดนีย์ โจนส์ ที่ปรึกษาอาวุโสของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ที่มีสำนักงานอยู่ที่กรุงจาการ์ตา กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการ ผู้จัดการโรงแรม และพนักงาน ที่จะต้องคิดให้รอบคอบ เพราะคนส่วนใหญ่มักมองย้อนหลังไปดูการโจมตีที่ผ่านมา และคาดหวังว่าอาจมีการใช้กลยุทธ์ในการโจมตีแบบเดียวกันอีก แต่ไม่ยอมเรียนรู้ความผิดพลาด และจากวิวัฒนาการการโจมตีที่ผ่านมา

 ด้านนางมาร์กาเร็ต เฮง ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า พนักงานทุกคนมีบทบาทสำคัญในการเป็นหูเป็นตาให้แก่ทางโรงแรมซึ่งทั้งพนักงานและเทคโนโลยี ต่างก็มีความสำคัญในเรื่องหลักประกันความปลอดภัย แต่ขณะเดียวก็ต้องพิจารณาเรื่องความสมดุลระหว่างการรักษาความปลอดภัยและไม่ข่มขู่ลูกค้า แต่เธอก็เตือนว่า จะไม่มีระบบที่ป้องกันได้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะแม้แต่นายมาส เซลามัต ผู้ก่อการร้ายที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของสิงคโปร์ ยังหลบหนีออกไปจากเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุดออกไปได้ ก่อนถูกจับในอีก 1 ปีต่อมา