ข่าว

รถไฟสายใต้วิ่ง100%หลังมท.3รุดถก

รถไฟสายใต้วิ่ง100%หลังมท.3รุดถก

28 ต.ค. 2552

สหภาพแรงงานฯถอย พร้อมเปิดรถไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการ 100% พรุ่งนี้(29ต.ค.) จี้ส่งพขร.-ช่างเครื่องส่วนกลางเดินทางกลับ หลัง "ถาวร" มท.3 ร่วมถกทางออก

หลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พยายามเปิดเดินรถในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยนำรถไฟขบวนท้องถิ่นออกจากสถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา แต่เคลื่อนขบวนจากสถานีเพียง 300 เมตร ได้เกิดปัญหารถวิ่งฝ่าสัญญาณควบคุมและประแจสับรางติดค้าง เกือบชนกับขบวนรถลังกาวี-หาดใหญ่ เหตุดังกล่าวพนักงานขับรถเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งของฝ่ายสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีกับกลุ่ม สร.รฟท.หาดใหญ่ ข้อหากระทำการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ทำให้รถไฟได้รับความเสียหาย ขณะที่ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟ ระบุว่าฝ่ายบริหารเตรียมพิจารณาโทษแกนนำ สร.รฟท. ประมาณ 10 คน ที่ปลุกปั่นและบีบบังคับให้พนักงานหยุดงานนั้น

 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายวิรุฬ สะแกคุ้ม ประธาน สร.รฟท.หาดใหญ่ กล่าวว่า ทั้งสองกรณี สร.รฟท. จะขอสู้ตามกระบวนการของกฎหมาย เบื้องต้นได้หารือกับฝ่ายกฎหมายแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้ทำผิดระเบียบปฏิบัติของการรถไฟ และไม่ได้ขัดขวางการเดินรถแต่อย่างใด

 นายวิรุฬ กล่าวถึงมติ สร.รฟท.ว่า เห็นควรใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ตั้งคณะกรรมการกลางเข้าตรวจสอบสภาพหัวรถจักรและรถพ่วงให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ก่อนบริการผู้โดยสารเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งเป็นการลดข้อขัดแย้งและเงื่อนไขระหว่างการรถไฟกับ สร.รฟท. ที่ไม่สามารถตกลงกันได้ก่อนหน้านี้

 ประเด็นที่สอง ต้องให้พนักงานรถจักรแขวงหาดใหญ่ เข้าปฏิบัติงานบนขบวนรถไฟที่วิ่งเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้เท่านั้น เนื่องจากมีความชำนาญในเส้นทางดังกล่าว และประเด็นสุดท้าย การรถไฟต้องปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างการรถไฟกับ สร.รฟท.หาดใหญ่เพื่อสร้างความมั่นใจในการเปิดให้บริการอีกครั้ง

 ส่วนความเคลื่อนไหวที่สถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหยุดรถในพื้นที่ จ.ปัตตานี นราธิวาส และยะลา เป็นวันที่สิบสาม การรถไฟนำรถท้องถิ่นขบวนพิเศษที่ 463 หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นขบวนรถไฟฟรีให้บริการประชาชนเที่ยวแรกเวลา 08.30 น. และเป็นเที่ยวเดียวในวันนี้ โดยมีผู้โดยสารเต็มขบวนทั้ง 8 โบกี้ เนื่องจากมีการถ่ายผู้โดยสารจากขบวนรถที่ล่องมาจากกรุงเทพฯ จำนวน 2 ขบวน ซึ่งต้องการเดินทางต่อไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

 นอกจากนี้ยังเพิ่มกำลังตำรวจรถไฟบนขบวนรถจาก 5 นาย เป็น 10 นาย ขณะเดียวกัน การรถไฟได้ประสานตำรวจและอส.กว่า 200 นาย ตรึงกำลังรักษาความสงบบริเวณสถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ คุ้มกันหัวรถจักร พนักงานขับรถ และช่างเครื่องจากส่วนกลาง ทั้งนี้ พนักงานขับรถขบวนดังกล่าวคือ นายสาโรจน์ สุขสำราญ ที่ขับรถขบวนฝ่าสัญญาณควบคุมเมื่อวานนี้ (27 ต.ค.) ส่วนนักเรียนวิศวกรรมรถไฟจำนวน 56 คน เริ่มงานวันแรกโดยการตรวจสอบขบวนรถ 463

 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นราธิวาส ว่า ผลกระทบจากการหยุดเดินรถไฟ ทำให้ผู้ค้าพืชผักในตลาดสดพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ และ อ.รือเสาะ ต่างพากันปิดแผง เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้นเฉลี่ยชนิดละ 10-25 บาทต่อกิโลกรัม ความเดือดร้อนยังขยายวงไปสู่อาชีพขายข้าวแกงและขนมจีนซึ่งทยอยปิดกิจการไปตามๆ กัน ส่วนการเปิดเดินรถเที่ยวแรกวันนี้ พบตามสถานีต่างๆ ประชาชนใช้บริการบางตา เพราะเกรงว่ารถไฟจะไปไม่ถึงจุดหมาย

 วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.00 น. นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวิโรจน์ เตรียมพงษ์พันธุ์ รองผู้ว่าการรถไฟ นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) พล.ต.ต.สุรพงษ์ ศิริภักดี ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ (ผบก.รฟ.) และนายวิรุฬ สะแกคุ้ม ประธาน สร.รฟท.หาดใหญ่ ร่วมหารือการแก้ไขปัญหาการเดินรถไฟ ที่ห้องประชุมการรถไฟภาคใต้ อ.หาดใหญ่ ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปว่าจะเปิดเดินรถไฟเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. และคาดว่าจะสามารถเปิดบริการเต็มระบบภายใน 2 วัน

 นายถาวรกล่าวว่า ความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้ มีการบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 6 ข้อ คือ 1.สร.รฟท.ยืนยันจะเปิดเดินรถในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกขบวนในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ หากมีการตรวจสอบหัวรถจักรว่ามีความพร้อมเรื่องความปลอดภัย เบื้องต้นพบว่าหัวรถจักรจำนวน 11 คันซ่อมเสร็จพร้อมให้บริการทันที

 2.พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องที่เดินทางมาจากส่วนกลาง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่จะต้องเดินทางกลับทันที เพื่อพนักงานรถจักรแขวงหาดใหญ่เข้าปฏิบัติงานบนขบวนรถไฟที่วิ่งเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ 3.ตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อตรวจสอบสภาพหัวรถจักรและรถพ่วงให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมก่อนนำขบวนรถออกให้บริการผู้โดยสาร 4.ฝ่ายบริหารการรถไฟ ต้องปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ทำร่วมกันระหว่างการรถไฟกับ สร.รฟท. หาดใหญ่อย่างจริงจัง

 5.การปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมาของ สร.รฟท. เป็นไปเพื่อให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชน ถือเป็นความปรารถนาดีต่อองค์กร ขอให้ฝ่ายบริหารแต่งตั้งและโยกย้ายภายใต้ความยุติธรรม และ 6.สร.รฟท.จะร่วมทีมวิศวกรรมรถไฟตรวจสอบหัวรถจักร 17 หัว ที่อยู่ในโรงหัวรถจักรสถานีหาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบความพร้อมร่วมกันก่อนนำไปใช้เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์

 นายถาวรกล่าวอีกว่า ฝากไปถึงนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สร.รฟท. และนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการถไฟให้จับเข่าพูดคุยกัน โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากยังไม่มั่นใจในข้อเท็จจริงใด และยังหาทางออกที่ดีร่วมกันไม่ได้ ตนพร้อมเป็นคนกลางเพื่อให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันอย่างเปิดใจ

 ด้าน พล.ท.กสิกร กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยรถไฟและเส้นทางเดินรถในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า วันพรุ่งนี้ (29 ต.ค.) จะใช้เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนเส้นทางรถไฟควบคู่กับปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างเข้มงวด

 ขณะที่นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟ กล่าวหลังหารือร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ตนได้มีคำสั่งไล่ออกพนักงานการรถไฟ ประจำสาขาหาดใหญ่จำนวน 6 คน ดังนี้ นายธวัชชัย บุญวิสูตร ช่างเครื่อง 5 นายสรวุฒิ พ่อทองคำ ช่างเครื่อง 5 นายสาโรจน์ รักจันทร์ ช่างเครื่อง 5 นายประชานิวัฒน์ บัวศรี พนักงานรถจักร 6 นายวิรุฬห์ สะแกคุ้ม พนักงานรถจักร 6 และนายนิตินัย ไชยภูมิ นายสถานีบางกล่ำ ฝ่ายการเดินรถ

 "บุคคลเหล่านี้มีความผิดชัดเจน โดยกระทำการละทิ้งหน้าที่ รวมทั้งมีพฤติกรรมขัดขวางการเดินรถไฟ ซึ่งมีโทษร้ายแรงสามารถลงโทษได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบสวน และมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้น ผมยังจะมีคำสั่งห้ามบุคคลดังกล่าวเข้ามาภายในบริเวณสถานีรถไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลดังกล่าวสร้างความวุ่นวายในการเดินรถไฟด้วย" นายยุทธนากล่าว

 ผู้ว่าการการรถไฟ กล่าวอีกว่า เพื่อความยุติธรรม ตนเปิดโอกาสให้พนักงานทั้ง 6 คนสามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีคำสั่ง ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพนักงานการรถไฟประจำสาขาหาดใหญ่อีก 4 คน ว่ามีพฤติกรรมที่ขัดขวางการเดินรถไฟหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดชัดเจนก็จะพิจารณาลงโทษต่อไป

 “พนักงานการรถไฟทั้ง 6 คน ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย และแม้ว่าจะไปช่วยงานของสหภาพ แต่ก็ถือว่าเป็นการทำงานในฐานะพนักงานการรถไฟการลงโทษจึงไม่ต้องยื่นฟ้องศาลแรงงานกลาง โดยผู้บังคับบัญชาสามารถพิจารณาได้ทันที” นายยุทธนากล่าว

 ส่วนกรรมการ สร.รฟท. จำนวน 8 คนนั้น นายยุทธนา กล่าวว่า พบว่านายภิญโญ เรือนเพ็ชร พนักงานขับรถ และนายบรรจง บุญเนตร์ ช่างฝีมือ 5 งานซ่อมอุปกรณ์ส่วนล่างรถโดยสาร มีพฤติกรรมยั่วยุให้พนักงานการรถไฟหยุดปฏิบัติงาน เมื่อวานนี้ (27 ต.ค.) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงให้พนักงานการรถไฟที่สถานีรถไฟบางซื่อหยุดงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนาให้หยุดเดินรถไฟ และเป็นการละเมิดคำสั่งศาล ที่ห้ามบุคคลใดขัดขางการเดินรถไฟ รวมทั้งเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่ให้พนักงานเดินรถไฟ ดังนั้น การรถไฟจึงฟ้องศาลแรงงานกลาง ตามคำร้องคดีดำที่ 6977/2552 และขอให้ศาลพิจารณาเลิกจ้าง และให้บุคคลทั้งสองจ่ายเงินชดเชยความสูญเสียจากการหยุดเดินรถไฟเป็นเงินจำนวน 70 ล้านบาท ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าศาลจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีไม่ช้า

 นายยุทธนากล่าวต่อว่า สำหรับนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สร.รฟท. และกรรมการ สร.รฟท.ที่เหลือนั้น การรถไฟอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือขัดขวางการเดินรถไฟหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่นายสาวิทย์เดินทางไปที่สถานีหาดใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้ จะต้องตรวจสอบด้วยว่าไปทำไม

 “ฝ่ายบริหารการรถไฟถูกประชาชนประณามว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ในการแก้ปัญหานั้นผมยึดหลักกฎหมาย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนการเดินรถไฟนั้นก็จะพยายามเร่งเปิดให้บริการ และยืนยันว่าพนักงานขับรถไฟจากส่วนกลางที่ไปปฏิบัติงานที่หาดใหญ่นั้น มีประสบการณ์การทำงาน ไม่ใช่พนักงานใหม่” นายยุทธนากล่าว

 ส่วนเหตุการณ์ที่พนักงานขับจากส่วนกลางไปขับรถไฟขบวนที่ 463 วิ่งฝ่าไฟแดงและเกือบชนกับขบวนรถขนส่งสินค้านั้น ผู้ว่าการการรถไฟ ยืนยันว่า มีการวางยา หรือกลั่นแกล้งกัน และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากก่อนที่จะออกเดินรถพนักงานขับรถได้รับสัญญาณว่าปลอดภัยเดินรถได้ แต่ปรากฏว่าสัญญาณไฟเป็นสีแดง

 ส่วน นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) กล่าวกรณีที่การรถไฟฯ จะไล่พนักงานออก 10 คน ว่า ผู้บริหารจะใช้อำนาจไล่พนักงานออกไม่ได้ โดยเฉพาะหากเป็นนายสาวิทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการลูกจ้างของการรถไฟฯ ด้วย การจะไล่ออกต้องร้องต่อศาลเท่านั้น ไม่สามารถใช้อำนาจไล่ออกได้ทันที ทั้งนี้เป็นมาตรการคุ้มครองพนักงานถูกกลั่นแกล้ง ส่วนพนักงานคนอื่นที่ไม่ใช่กรรมการก็ตาม ถ้าจะไล่ออกจริงต้องถามว่าใช้ข้อหาอะไร เพราะการไม่วิ่งรถเพราะหัวรถจักรไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมนั้น เป็นไปตามข้อตกลงการจ้างงานที่นายจ้างและลูกจ้างลงนามกันไว้ เมื่อนายจ้างให้วิ่งรถที่ไม่สมบูรณ์ก็ไม่ใช่ความผิดของพนักงาน

 “ผมคิดว่าผู้บริหารคงไม่โง่ที่จะไล่สหภาพออก เพราะจะทำให้พนักงานรู้สึกไม่พอใจ ที่ผู้บริหารจะทำลายสหภาพ ซึ่งเป็นองค์กรหลักแห่งเดียวที่จะต่อสู้เพื่อพนักงาน ถ้าทำจริงจะทำให้พนักงานจำนวนมากหยุดงานประท้วง และจะลุกลามไม่ใช่แค่ 43 องค์กรรัฐวิสาหกิจ แต่องค์กรประชาชนทั่วประเทศด้วยจะออกมาเคลื่อนไหวด้วย” นายศิริชัยกล่าว

 ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานที่ประชุม ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อดีตประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาฯ ขอหารือที่ประชุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของการรถไฟว่า ต้องมีมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างเป็นระบบ เนื่องจากกฎระเบียบของการรถไฟที่มีอยู่ขณะนี้ล้าหลังมาก หากจะมีการปรับปรุงพัฒนาจะต้องยกฐานะการรถไฟให้เป็นกระทรวงการรถไฟเหมือนต่างประเทศเท่านั้น จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ