
ชง 2 เรื่องกีฬา ให้"นายกฯ มาร์ค"
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพการประชุมปลัดกระทรวง วันที่ 30 ต.ค.นี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน
ด้าน ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกีฬา เตรียมชง 2 เรื่องกีฬา ทั้งแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาเป็นเลิศ 7 ปี ที่พร้อมเดินหน้าทันที หาก ครม.เห็นชอบ และโครงการรัฐวิสาหกิจรวมพลังกีฬาไทยเข้มแข็ง ที่จะเริ่มเต็มตัว เดือนมกราคม 2553
น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วันที่ 30 ตุลาคมนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมายังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ในการจัดการประชุมปลัดกระทรวงทั้งหมด โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเจ้าภาพ ได้เตรียมเสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีทั้งหมด 3 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องท่องเที่ยว 1 เรื่อง และกีฬา 2 เรื่อง
ในส่วนของกีฬานั้น น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า เรื่องแรกคือ แผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ 7 ปี (พ.ศ.2553-2559) ใช้งบประมาณทั้งหมดราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มปีแรกในปีงบประมาณ 2553 เพื่อเป้าหมายสู่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2012 และ 2016 โดยในปีแรกนั้น ตั้งงบประมาณไว้ 1,033 ล้านบาท ซึ่งจะมีเรื่องของโครงการส่องกล้องมองหาช้างเผือก และการเตรียมการไปสู่การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีน ในปี 2553 จากนั้น ก็จะมีรายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์ในแต่ละปี ซึ่งจะได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีในเบื้องต้นก่อน จากนั้น นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะได้นำเข้าขออนุมัติแผนจากคณะรัฐมนตรีต่อไป
เรื่องที่ 2 คือ โครงการ "รัฐวิสาหกิจรวมพลังกีฬาไทยเข้มแข็ง" ซึ่งได้ประสานงานกับกระทรวงการคลังมาโดยตลอด แต่ที่ล่าช้านั้นเนื่องจากยังไม่ครอบคลุมทั้ง 64 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย โดยในขณะนี้ ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว และจะเป็นในลักษณะการเชิญชวนรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 52 แห่งเข้ามาสนับสนุนสมาคมกีฬา โดยจะมีการแบ่งเกรดสมาคม เอ บี ซี ตามลำดับ ซึ่งจะต้องเริ่มทันทีเนื่องจากปีงบประมาณ 2553 นั้นเริ่มแล้ว หากรัฐวิสาหกิจใดสนใจจะได้ตั้งงบประมาณได้ทันที เพราะเกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดของแต่ละรัฐวิสาหกิจด้วย คาดว่าโครงการ “รัฐวิสาหกิจรวมพลังกีฬาไทยเข้มแข็ง” จะเริ่มเต็มตัวภายในเดือนมกราคม 2553 นี้



